[LF]CRS ฉบับ B.A.P [BangxDae , HimxYoung] FILE 05

posted on 05 Apr 2012 22:24 by iamcrazy1234  in Fiction

“มีอะไรนายเหงือก”

คือ ตั้งแต่เกิดมา สาบานได้ว่าไม่เคยมีใครเรียกเขาแบบนี้มาก่อน โอเค!!! ถึงจะยอมรับว่าเหงือกของเขาออกจะ เอ่อ สวยงามเกินหน้าเกินตาชาวบ้านเขาไปนิดแต่ไม่ต้องพูดให้กระแทกใจดำนักก็ได้ แล้วอีกอย่าง ไอนายแมวอะไรนั่นตีลังกามอง 380 ตลบ ดูยังไงก็ชมชัดๆ!!! ไม่เคยได้ยินหรอน่ารักเหมือนแมวน่ะ!!!

“เรียกไม่ตอบ เหงือกโตเกินไปเลยพูดไม่ได้หรือไงครับ” เสียงเย็นของร่างตรงหน้าก็ปลุกสติของบังยงกุกขึ้นมาได้ ว่าแต่มันด่าเขาใช่ไหม?

“ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมไปล่ะนะ ไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้”

“เดี๋ยวก่อน!!!”

นายหน้าแมวนั่นหันกลับมาอีกครั้งทันทีที่เขาเรียกอีกครั้ง

“นายใช่คนที่ช่วยผู้หญิงคราวก่อนบนสถานีใช่ไหม”

“....”

“เฮ้!!! ตอบฉันมาหน่อย”

“ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องบอกนาย” หนอยยย ไอนี่มันหยิ่งเว้ยเฮ้ย

“ฉันแค่ถูกชะตากับนายตั้งแต่ที่เห็นก็เลยอยากรู้ว่าใช่หรือเปล่า”

“...โนคอมเม้นต์” ห้ะ เมื่อกี้มันพูดว่าอะไรนะ

“ห้ะ”

“โนคอมเม้นต์ คิดเอาเอง ฉันไม่มีธุระอะไรที่จะต้องบอกนาย”

ก็ได้...ก็ได้ อวดดีให้มันได้ตลอดละกัน ไอหน้าแมว

“บังยงกุก”

“หือ?”

“ทำหน้างงทำไม ฉันชื่อบังยงกุก แล้วนายล่ะ”

“ทำไมฉัน..”

“เฮ้ ไม่เอาน่า ไม่มีใครสอนหรอเวลาที่ใครเขาบอกชื่อนะให้บอกชื่อตัวเองมาด้วย”

“...”

“ฉันไม่เอาชื่อนายไปทำไสยศาสตร์หรอกน่า นี่มันยุคไหนกันแล้ว บอกแล้วไงก็แค่ถูกชะตาด้วย”

“จองแดฮยอน”

“จองแดฮยอน งั้นรึ ชื่อน่ารักดีนะ”

“หึ ไปกันเถอะจงออบ เดี๋ยวจะไปไม่ทัน”

“เดี๋ยวสิครับ แดฮยอนอา อ่า ขอตัวก่อนนะครับ” แล้วร่างของทั้งคู่ก็เดินเข้าไปในห้องโถงสำหรับเตรียมสอบกัน

“งั้นเราก็ไปกันมั่งดีกว่า เฮ้ ยองแจอา จงฮยอน โยซอบ ไม่รีบล่ะก็สายไม่รู้ด้วยนะ” แล้วเขาก็วิ่งตามเข้าไปบ้างทิ้งอีกสามคนที่เหลือไว้

“จริงๆเลย” ยองแจบ่นกับตัวเองก่อนที่จะเดินตามเข้าไปบ้าง

“หมอนั่น ปกติเป็นแบบนี้บ่อยๆหรอ” จงฮยอนถาม

“ไม่หรอก ปกติเป็นคนเรื่อยๆ ยกเว้นแต่จะเจออะไรที่ถูกใจล่ะนะ” ยองแจตอบ

“แล้วนายไม่รีบตามพี่นายไปหรอ” โยซอบถาม

“ไม่ล่ะ วิ่งแต่เช้าเหนื่อย แถมเหม็นเหงื่อด้วย!!!”

 

 

แล้วทั้งสามคนก็ตามกันมาเจอยงกุกกำลังรออยู่ที่หน้าห้องโถงที่เป็นโดมกลมๆเพื่อประกาศสำหรับกำหนดการสอบข้าวของ CRS ในปีนี้ หน้าประตูมีป้ายที่ทำจากหน้าจอของ VS ขนาดใหญ่ เขียนเอาไว้ว่า “ยินดีต้อนรับผู้เขาสอบทุกคนสู่ CRS” ส่วนประตูเป็นประตูกระจกแบบบานเลื่อน ซึ่งยองแจวิเคราะห์ว่าน่าจะเป็นกระจกกันกระสุนชนิดพิเศษเหมือนกับที่พวกคนใหญ่คนโตในรัฐบาลเขาใช้กัน ภายในเป็นห้องโล่งกว้าง มีหน้าจอขนาดใหญ่อยู่ข้างหน้า ข้างในตกแต่งสไตล์โมเดิร์นไม่หรูหรามากนัก

“ที่นี่มันโรงเรียนจริงๆใช่ไหม เหมือนโรงแรมชะมัด” จงฮยอนพูดออกมา

แต่ยังไม่ทันที่ทุกคนจะได้ชื่นชมกันได้เต็มตา ภาพหน้าจอก็ปรากฏสัญลักษณ์ไม้กางเขนสีขาวบริสุทธิ์ขึ้นมาพร้อมกับเสียงดังก้องกังวาลว่า

“ยินดีต้อนรับผู้เข้าสอบทุกท่าน ต่อจากนี้ไปเราจะเริ่มการสอบเข้า CRS แล้ว”

“เนื่องจากโรงเรียนเราไม่ใช่โรงเรียนที่สอนวิชาการหรือวิชาชีพแบบปกติเหมือนโรงเรียนอื่นๆ ทุกคนคงทราบกันอยู่แล้วว่าโรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อปราบปรามการก่ออาชญากรรม เพราะฉะนั้นการทดสอบข้าวของเราไม่ได้ใช้เพียงแค่ข้อสอบเขียนแล้วก็จบแค่นั้น แต่ทุกคนจำเป็นที่จะต้องใช้ไหวพริบ สติปัญญา แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ และก็ขอให้ทุกคนรับนี่ไปด้วย”

สิ้นเสียงก็มีฟองจากท้องเพดานลอยลงมาเต็มห้อง ภายในมีป้ายเหมือนไม้กางเขนอยู่ภายใน ฟองเหล่านั้นลอยอยู่ตรงหน้านักเรียนทุกคนพอดี

“นั่นคือป้ายวัดผลการสอบ จะแบ่งเกรดและคะแนนที่ได้ตามสีของไม้กางเขน สีขาวคือเกรดเอ สีเหลืองคือเกรดบี สีแดงเกรดซี สีเทาเกรดดี และสีดำคือตกหรือเกรดเอฟ”

“การจะผ่านการสอบได้ขอแค่มีไม้กางเขนนี่ครบห้าอันจนไปถึงด่านสุดท้าย และในห้าอันนี้จะต้องไม่มีอันไหนเลยที่เปลี่ยนเป็นสีดำ”

“เงื่อนไขการเปลี่ยนสีของไม้กางเขนก็ไม่มีอะไรมาก อาจจะเกิดจากการได้รับบาดเจ็บจนถึงระดับหนึ่งในการทดสอบ หรือการทำตามเงื่อนไขข้อกำหนดในการสอบนั้นๆไม่ได้”

“อ้อ ลืมไปอีกหนึ่งอย่าง แต่ละคนไม่สามารถใช้อุปกรณ์อิเล็กโทรนิคส์ต่างๆได้ในช่วงสอบเพื่อกันการเล่นตุกติก ในบริเวณนี้จะมีการกางสนามไฟฟ้าแบบพิเศษที่จะกวนการทำงานของเครื่องพวกนั้น”

“เอาล่ะการสอบจะแบ่งเป็นสี่รอบใหญ่ๆขอให้ทุกคนโชคดี นี่คือคำใบ้แรกของสถานที่สอบรอบแรก”

“สถานที่นั้นอยู่สูง สูงกว่าผืนดินที่เจ้ายืนอยู่ สูงกว่าต้นไม้ทุกต้น อยู่สูงเทียมฟ้า แต่ต่ำกว่าหญ้านิดเดียว กำหนดเวลาสองชั่วโมงในการหา”

แล้วภาพบนหน้าจอก็หายไป

“นายคิดว่าไงมั่งยองแจ” โยซอบถาม

“สรุปก็แค่ไปให้ถึงด่านสุดท้ายให้มีกางเขนครบห้าอันและไม่มีอันใดอันหนึ่งเป็นสีดำไปซะก่อน โดยที่ระหว่างทางจะได้กางเขนเพิ่มขึ้นมาด่านล่ะหนึ่งอันเมื่อเคลียร์ด่านนั้นได้”

“แต่ละด่านก็ไม่รู้สินะว่าจะเจอกับอะไรบ้าง” จงฮยอนพูดออกมาลอยๆ แต่จริงๆเจ้าตัวก็พร้อมจะลุยทุกสถานการณ์อยู่แล้ว

“เอาเถอะน่า คิดไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมายังไงก็ต้องลุยอยู่แล้วนี่” ยงกุกพูดตัดบท

“แต่ปริศนาแรกนี่มันง่ายจริงๆนะ”

“ใช่ แต่ปัจจุบันคนที่รู้ก็มีน้อยนะ เพราะมันเป็นปัญหาเชาวน์ของคนสมัยก่อน”

“จุดหมายแรกที่ต้องไป...ภูเขาหลังโรงเรียนนี้ไงล่ะ”

 

 

“คุณแดฮยอนเราจะไปกันเลยไหม”

“อืม แล้วก็ดูแลตัวเองดีๆด้วย ไม่รู้ว่าระหว่างทางจะเจอกับอะไรบ้าง ยังไงซะสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือรักษาไม้กางเขนเอาไว้ให้ดีที่สุด” แดฮยอนตอบพลางเคลื่อนตัวออกจากห้องโถงอย่างใจเย็นไม่เหมือนคนอื่นๆที่รีบออกไปตั้งแต่ได้ยินคำใบ้เสร็จ

“ว่าแต่เราจะไม่รีบหน่อยหรือครับ”

“ไม่ล่ะ มันไม่ได้กำหนดว่าภารกิจนี้ให้คนผ่านได้กี่คน เราค่อยๆเคลื่อนตัวแบบนี้คอยดูสถานการณ์ก่อนดีแล้ว ยังไงเราก็รู้อยู่แล้วว่าสถานที่ที่ต้องไปมันอยู่ที่ไหน”

“เฮ้ แดฮยอนอา” เสียงทุ้มต่ำที่ฟังดูคุ้นขัดขึ้นในระหว่างที่เขากับจงออบกำลังจะเคลื่อนตัวออกไปบ้าง

“มีอะไรอีก แล้วฉันก็ไม่ได้ไปสนิทอะไรกับนายขนาดนั้นถึงกับเรียกชื่อจริงเฉยๆได้นะ” ใช่แล้ว นายบังยงกุกอะไรนั่นเรียกเขาอีกแล้ว ไม่มีคนอื่นให้เรียกรึไง

“ก็เห็นพวกนายอยู่กันแค่สองคนเหมือนพวกเราก็เลยชวนไปด้วยกันไง”

“แล้วเพื่อนพวกนายอีกสองคนล่ะ”

“พวกนั้นน่ะหรอ บอกจะแยกทางกันไปน่ะ บอกเคลื่อนไหวกันสองคนสำหรับพวกเขามันจะสะดวกกว่า ฉันก็ไม่ได้ติดอะไรอยู่แล้วก็เลยปล่อยๆไป”

“แล้วนายมายุ่งกับพวกฉันทำไม”

“ไม่เอาน่า ก็บอกว่าแค่ถูกชะตาด้วย จะทำเป็นเย็นชาไปทำไม ยังไงเดี๋ยวเราก็ได้เป็นเพื่อนกันอยู่แล้ว”

“มั่นใจจังเลยนะ”

“แน่นอน นี่ใคร บังยงกุก เชียวนะ”

“ก็ได้ แล้วฉันจะคอยดูว่านายจะทำได้ดีสักแค่ไหนเชียว”

"งั้นขอแนะนำตัวอีกที ฉันบังยงกุก นี่น้องชายฉัน ยูยองแจ"

ผู้ชายตัวเล็กกว่าที่ไว้ผมยาวปิดข้างซ้าย ดูท่าทางฉลาดเป็นกรดก็ออกมาทักทายเขา

"สวัสดีฉันชื่อยองแจ ยินดีที่ได้รู้จัก"

"อืม ฉันแดฮยอน จองแดฮยอน นายนี่น่าคบกว่าพี่อีกนะ"

"อ้าวเฮ้ย อะไรอ่ะ สองมาตรฐานนี่หว่า"

"แล้วนายเคยได้ยินคำว่ายุติธรรมบนโลกนี้ด้วยรึไง ถ้าโลกนี้มันตรงเป็นไม้บรรทัดป่านนี้ก็ไม่ต้องมีโรงเรียนนี้แล้ว"

"นั่นมันก็อีกเรื่องหนึ่ง..."

"นี่ มุนจงออบ เพื่อนสมัยเด็กๆฉันน่ะตามมาสอบด้วยกัน" แล้วแดฮยอนก็พูดตัดบทยงกุกไป

"ยินดีที่ได้รู้จักครับ"

"จงออบออกจะเป็นคนที่ติดสุภาพสักหน่อยนะ แล้วเราจะไปกันได้รึยัง อ้อ พ่อเหงือกโต ไม่สิคุณบังยงกุกถ้าไม่รีระวังไอที่พูดๆจะทำไม่ได้นะ หึหึหึ" เขาพูดเสร็จก็โปรยยิ้มใส่แล้วก็เดินจากไปโดยไม่รอยงกุกที่กำลังฟึดฟัดเหมือนกำลังโดนขัดใจ

"โหหหห สยบพี่เราได้อยู่หมัด เจ๋งอ่ะ "

"ไม่ต้องพูดมากเลยรีบไปได้แล้ว!!!" แล้วยงกุกก็ได้วิ่งตามไปอย่างคาดโทษผู้ชายที่ชื่อว่าจองแดฮยอนอยู่ในใจ

""

 

edit @ 5 Apr 2012 22:31:37 by WalruS

[LF]CRS ฉบับ B.A.P [BangxDae , HimxYoung] FILE 04

posted on 04 Apr 2012 12:30 by iamcrazy1234  in Fiction

"ข่าวด่วนวันนี้...ตำรวจได้รับแจ้งมาว่าพบหลักฐานการโกงเงินของ นายคิมบยองมิน วัย36ปี อาจารย์วิชาประวัติศาสตร์ของโรงเรียนรัฐบาลแห่งหนึ่ง นอกจากนี้ยังพบหลักฐานการค้าของเถื่อน โดยที่เช้าวันนี้ตำรวจได้เริ่มเข้าไป...ปิ๊ป" เสียงข่าวจากทีวีในยามเช้าเป็นเรื่องปกติของบ้าน แต่ดูเหมือนว่าวันนี้ลูกสาวคนเล็กของบ้านตั้งใจจะดูการ์ตูนซะแล้วสิ

 

"จียองทำไมยังไม่อาบน้ำอีกเดี๋ยวก็ไปเรียนสายหรอก" ยองแจพูดออกไปพลางกินข้าวเช้าง่ายๆ...ขนมปังปิ้งกับไข่ดาว

 

"วันนี้หนูหยุดค่ะ แล้วพี่ยงกุกกับพี่ยองแจนั่นล่ะไม่รีบเดี๋ยวก็ไปสอบสายหรอกนะคะ"

 

"ว่าแต่เตรียมตัวอะไรไปครบหมดยัง ไม่ลืมอะไรแน่นะ" เสียงของแม่ดังออกมาจากในครัวเพื่อย้ำเราสองคนไม่ให้ลืมอะไรไป

 

ในเช้าวันธรรมดาๆสำหรับคนอื่น แต่สำหรับเขา บังยงกุก เช้าวันนี้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นมากมายจริงๆ เรื่องแรกหลังจากที่เราได้ข้อมูลการโกงของอาจารย์สมชายแล้ว ยองแจก็ไม่รอช้ารีบส่งให้ตำรวจทันทีเพื่อกันไม่ให้อีกฝ่ายตุกติกได้จนเป็นข่าวอย่างที่เห็นเมื่อเช้า ความจริงเขาเองก็คิดว่างานราชการก็เป็นงานที่ดี เพราะเป็นงานที่ได้ช่วยเหลือผู้อื่น ถึงแม้จะไม่มีรายได้สูงมากนัก แต่การเอาหน้าที่การงานของตนมาใช้ในทางที่ไม่ดีมันก็ไม่ถูกต้องอยู่ดี สมัยนี้คนเรามองค่าของเงินเหนือกว่าค่าของความเป็นคนมากขนาดนี้เลยหรอ เรื่องที่สองคือเขากับยองแจจบการเรียนมัธยมศึกษาปีที่สามแล้ว เพื่อนๆส่วนมากแน่นอนว่าต้องเลือกที่จะเรียนต่อในสายวิชาสามัญ ไม่ก็วิชาชีพ แต่ผมกับยองแจตัดสินใจที่จะสอบเข้าที่อื่นแทนที่จะเรียนต่อตามปกติเหมือนเพื่อนๆคนอื่นเขา

 

สถาบันที่ขึ้นชื่อในด้านการปราบปรามอาชญากรรมมากที่สุดในประเทศ...CRS.

 

..............................

 

"น้องๆทางนี้ครับ ไลท์เพ็นนำโชคใช้แล้วต้องสอบติดแน่นอน 100%"

 

"ทางนี้ๆค่ะ แนวข้อสอบของปีที่แล้ว ตรงแน่นอนชัวร์ไม่มั่วนิ่ม"

 

"เครื่องรางไหมคะ"

 

"น้องทางนั้นน่ะ..."

 

เสียงดังจอแจรอบด้านนับเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของการสอบเข้าทุกโรงเรียนดังเลยก็ว่าได้ บ้างก็ขายดินสอ บ้างก็แนวข้อสอบ และแน่นอนว่ามีกลุ่มเด็กนักเรียนจำนวนไม่น้อยที่สนใจดู บ้างก็ซื้อบ้างไม่ซื้อบ้าง

 

"พี่ยงกุกอยากซื้อหรอ" น้องชายตัวดีเดินเข้ามาถาม หลังจากที่เห็นพี่ชายอย่างเขากำลังดูของอย่างท่าทางสนใจ

 

"เปล่า แค่ไม่เคยเห็นน่ะ"

 

"ก็ไม่เคยคิดที่จะไปสอบที่อื่นก็อย่างนี้ล่ะ" เขายักไหล่ทันทีที่ยองแจพูดจบ

 

"น้องสองคนนั้นน่ะสนใจแนวข้อสอบไหมพี่รับรองออกตรงแน่นอน"

 

"เอ่อ...ไม่ดีกว่าครับ" ยองแจตอบ

 

"นี่น้องมาลองดูก่อนก็ได้นะ แล้วอย่าไปเสียใจทีหลังนา"พี่คนขายยังคงตื๊ออยู่

 

"แต่เท่าที่ผมรู้ข้อสอบของCRS.นั้นเป็นความลับระดับชาติเลยไม่ใช่หรอ จริงไหมเพื่อนรัก" ยังไม่ทันที่เขาจะตอบปฏิเสธแทนน้องมีผู้ชายสองคนในเครื่องแบบนักเรียนโรงเรียนเอกชนทั้งคู่เดินเข้ามา

 

"จริงที่สุดเลยคุณเพื่อน อีกอย่างนะครับวิธีสอบเข้าของCRS.น่ะเปลี่ยนทุกปีไม่มีปีไหนที่แน่นอนหรอกว่าจะสอบแบบนี้ หรือแบบนั้น"

 

"ก็มีแต่คนที่ไม่มั่นใจในฝีมือตัวเองเท่านั้นล่ะที่จะ โง่ ซื้อนะ" คนที่พูดคนแรกก็พูดต่อพลางหัวเราะ เพียงแต่ความดังของเสียงที่ออกมามันทำให้คนรอบๆหันมามองเรากันแทบหมด แถมเหมือนว่าบางคนที่ซื้อของจะส่งสายตาอาฆาตมาให้ด้วย

 

ยองแจทำท่าทางเหมือนจะบอกว่าไม่ได้รู้จักกับสองคนนี้เพื่อหลีกเลี่ยงความวุ่นวายฉบับสไตล์คนไม่อยากมีเรื่อง แต่สำหรับยงกุกแล้วเขาคิดว่ามันน่าสนุกดี

 

"สวัสดีคู่แข่งและเพื่อนในอนาคต" ผู้ชายคนที่หัวเราะจนเป็นจุดเด่นหันมาทักทายเรา ส่วนอีกคนก็ส่งรอยยิ้มมาให้

 

"ฉันชื่อคิมจงมันนะ ส่วนนี่ยังโยซอบเพื่อนฉันเอง"

 

จงมันเป็นผู้ชายผิวขาวแบบคนสุขภาพดี สูงประมาณ 173 ซม. ร่างกายบ่งบอกถึงการออกกำลังกายอย่างหนัก ผมแบ่งออกเป็นสามชั้นปลายผมเป็นสีบลอนด์แล้วเข้มขึ้นเรื่อยๆจนเป็นสีน้ำตาลอ่อน ใบหน้าคมและนัยน์ตาบ่งบอกถึงความเป็นคนมั่นใจในตัวเองสูง ที่ใบหูทัดไลท์เพ็นเอาไว้ตลอดเวลา

 

ส่วนผู้ชายอีกคนที่ชื่อยังโยซอบ มีผิวขาวเหมือนกันเพียงแต่ร่างเล็กกว่า สูงราวๆ 169 ซม. ผมทรงสไตล์วัยรุ่นทั่วไปสีดำ ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มตลอดเวลา ทำให้คนมองแล้วยากที่จะเกลียดคนๆนี้ลงได้

 

"เรียกผมว่า โยซอบ ก็ได้ ไม่ต้องเรียกชื่อเต็มหรอก มันคงยาวไป แถมดูไท่สนิทกันด้วย" โยซอบตอบโดยที่ยังยิ้มอยู่

 

"เอ่อ ฉันบังยงกุก นี่น้องชายฉันชื่อยูยองแจ ยินดีที่ได้รู้จัก" ยงกุกเห็นยองแจยังนิ่งอยู่เลยต้องบอกชื่อน้องออกไปแทน แต่เขาเข้าใจยองแจอยู่ ยองแจไม่ค่อยชอบคนสไตล์พูดจาโผงผางสักเท่าไหร่ แถมบวกกับเจ้าตัวไม่ชอบที่จะเป็นจุดเด่นด้วย สงสัยให้คะแนนจงมันติดลบอยู่

 

"เป็นพี่น้องแท้ๆหรอ? ฉันคิดว่าน่าจะเป็นเพื่อนกันไม่ก็ญาตินะ ไม่คิดว่าจะเป็นพี่น้องพวกนายดู..." จงฮยอนพูดพลางจับรายละเอียดของเราสองคนไปพร้อมกัน

 

"ไม่ค่อยเหมือนกัน" เขาตอบ

 

"ว่าแต่ชื่อจงมันของนายแปลกดีนะ"

 

"ก็นั่นมันชื่อปลอมมันนี่ เนอะ" โยซอบที่ยังยืนส่งยิ้มให้เราอยู่ตอบกลับมา

 

"ใช่แล้วคุณเพื่อน เพราะฉันเป็นนักข่าวเราจะต้องทำตัวให้กลมกลืนกับคนอื่นอย่าทำตัวเป็นจุดเด่นเพือจะได้หาข่าวได้อย่างสะดวก และต้องปกปิดสถานะของตัวเองด้วย" เจ้าตัวตอบพร้อมอธิบายเสร็จสรรพ

 

ว่าแต่...นายมั่นใจแล้วสินะว่าที่ทำอยู่เนี่ย...มันไม่ได้เรียกว่าเป็นจุดเด่น

 

“เพื่อเป็นการแสดงน้ำใจ ฉันจะบอกให้ก็ได้ ฉันน่ะชื่อคิมจงฮยอน ยินดีที่ได้รู้จัก”

 

แล้วไหนว่าเป็นนักข่าวต้องปกปิดสถานะของตัวเองไงว่ะ

 

แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้คิดอะไรมากนัก เขาเห็นร่างๆหนึ่งเดินผ่านหน้าเขาไป ถึงจะแค่แว่บเดียวแต่เขาก็จำได้แน่ๆ ผิวขาวราวหิมะ ผมสีบลอนด์ที่ติดตานั่น มองดีๆแล้วน่ารักเหมือนลูกแมวเลย...ต้องเป็นคนเดียวกันกับที่บนสถานีนั่นแน่ๆ

 

"จองแดฮยอนอา ยังไม่ถึงเวลาสอบเลยนะครับจะรีบไปไหน"  ผมหันไปมองจึงพบว่าเขาเดินคู่มากับผู้ชายคนหนึ่ง แต่จะเรียกว่าเดินคู่รึเปล่า...เพราะคนผิวขาวความไวในการเดินนั้นเร็วพอสมควร ในขณะที่ร่างเล็กอีกคนดูเหมือนจะวิ่งเหยาะๆตามซะมากกว่า

 

"จงออบ เลิกเรียกชื่อฉันเต็มๆเถอะ แล้วไม่ต้องสุภาพมากนักก็ได้"

 

"แต่ผม..." ร่างทั้งสองกำลังจะเดินเข้าเกทไปแล้วถ้าไม่...

 

"เดี๋ยวก่อนนายแมว!!!" ใช่...จองแดฮยอนกับคนร่างเล็กที่ชื่อจงออบอะไรนั่นคงจะเดินเข้าเกทเพื่อไปเตรียมตัวสอบแล้ว ถ้าเขา บังยงกุกไม่เรียกเอาไว้ก่อน

 

ร่างขาวชะงักแล้วหันมามองทางเขาพร้อมดวงตาเรียวเล็กที่แสดงถึงความไม่พอใจกับชื่อที่เขาเรียกออกไป...

 

"มีอะไร นายเหงือก"

 

เอ่อ...รู้ว่าผิดที่ไปเรียกชื่อคนอื่นแปลกๆ แต่แบบนี้มันเกินไปนะโว้ย!!!

[LF]CRS ฉบับ B.A.P [BangxDae , HimxYoung] FILE 03

posted on 04 Apr 2012 12:07 by iamcrazy1234  in Fiction

"พี่ยงกุกเครื่องสื่อสารขนาดเล็กยังอยู่กับตัวใช่ไหม"

 

"อืม"

 

"อย่าลืมติดมันไว้กับตัวล่ะ ฉันจะคอยบอกเส้นทางภายในบ้านทั้งหมด และคอยสนับสนุนพี่อยู่ ที่เหลือขึ้นอยู่กับฝีมือของนายแล้วล่ะ"

 

"ก็ดี คิดซะว่าทดสอบจริงก่อนไปสอบเข้าล่ะนะ"

 

"ระบบป้องกันทางเข้าบ้านใช้เซนเซอร์ตรวจจับ ถ้าเข้าไปโดยไม่ได้รับเชิญคิดว่าคงพากันแห่เข้ามาต้อนรับเราแน่ เพราะฉะนั้นงานนี้ต้องเงียบมากที่สุดเท่าที่จะทำได้" ยองแจพูดพึมพำพลางคีย์อะไรบางอย่างใส่แลปทอปขนาดเล็กอย่างรวดเร็ว

 

"ได้แล้ว!" ยองแจเงยหน้าขึ้นมาจากแลปทอป

 

"ตอนนี้ฉันปลดล็อกระบบเซ็นเซอร์ทางเข้าหมดแล้ว รวมถึงเข้าโพรเซสระบบป้องกันภัยทั้งหมดภายในบ้าน คิดว่าถ้าผ่านจากจุดหน้าบ้านไปได้ทั้งหมด ที่เหลือก็จะสบายหน่อยเพราะระบบป้องกันใช้คอมพิวเตอร์ทั้งหมด นี่ล่ะน้าข้อเสียของการใช้คอมพิวเตอร์ในการป้องกันภัย"

 

"แล้วก็นี่" ยองแจยื่นวัตถุเล็กขนาดเท่าแฟลชไดรฟ์ที่ขายกันทั่วๆไปเอามาให้

 

"อะไรน่ะ"

 

"แฟลชไดรฟ์นั่นล่ะ แต่ฉันดัดแปลงให้สามารถบันทึกข้อมูลทั้งหมดในเครื่องคอมพิวเตอร์ เพียงแต่มันอาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อย ฉันเช็คดูในบ้านแล้วมีคอมที่แยกออกจากระบบป้องกันภัยออกมาอยู่เครื่องเดียวในห้องนอน ฉันจะคอยบอกทางให้เอง แล้วก็เอาไอนี้ไปเผื่อด้วย โชคดีล่ะ" ยองแจพูดจบก็เอาวัตถุกลมใสข้างในมีควันสีเทาอยู่ออกมาให้ก่อนออกไปซ่อนตัวที่อื่นเพื่อไม่ให้ใครจับได้

 

"เอาล่ะได้เวลาลงมือสักที"

 

............................................................

 

"เฮ้ย แถวนี้มีใครมาบ้างไหมวะ"

 

"ไม่มี"

 

เสียงคุยกันทำให้เมฆรู้ว่าบริเวณหน้าประตูทางเข้ามียามจำนวนสองคอยเฝ้าอยู่ ถ้าเขาจะเข้าไปแบบเงียบที่สุดก็ต้องซัดยามพวกนี้ให้หมอบในครั้งเดียวก่อนที่จะไปเรียกคนอื่น หรือกดสัญญาณเตือนภัยได้ซะก่อน และถ้าเป็นอย่างนั้นภารกิจสืบครั้งนี้ก็จะล้มเหลว

 

ยงกุกคอยโอกาสที่จะบุกเข้าไปเพื่อที่จะจัดการกับยามทั้งคู่ให้รวดเร็วและเงียบเชียบมากที่สุด เมื่อสบโอกาสเหมาะ เขาก็ทะยานตัวออกไป

 

"เฮ้ย! แกเป็นคะ..."

 

ยังไม่ทันที่ยามคนหนึ่งจะพูดจบ เขาก็ซัดฝ่ามือเข้าที่ตรงท้ายทอยซะก่อน ทำให้ยามทั้งคู่สลบไป

 

"ฟู่ว เอาล่ะต่อไปทำยังไงต่อ"

 

"ประตูใช้ระบบคีย์การ์ด พี่เอาบัตรอะไรก็ได้ออกมาใช้ก่อน ฉันจะปลดล็อคประตูให้" เสียงของยองแจดังขึ้นในหูผ่านเครื่องสื่อสารขนาดเล็กที่เจ้าตัวประดิษฐ์ขึ้นมา

 

"เฮ้ย แต่มันจะเปิดได้หรอ"

 

"เอาน่า เชื่อมือฉันเถอะ รอฟังสัญญาณแล้วรูดเลยนะ"

 

"..."

 

"รูดเลย"

 

ฉึบ

 

กริ๊ก

 

หลังจากได้ยินสัญญาณจากยองแจเขาก็รูดบัตรนักเรียนผ่านที่ใส่คีย์การ์ดแล้วประตูก็เปิดออกมา

 

ยงกุกเดินเข้าไปข้างในด้วยท่าทางสบายๆราวกับว่านี่เป็นบ้านของเขาเอง อย่างที่หมอกบอกนอกจากหน้าบ้านแล้วภายในบ้านระบบป้องกันภัยทั้งหมดเป็นเครื่องจักรสั่งการผ่านคอมพิวเตอร์ซึ่งตอนนี้ทั้งหมดคงโดนตัดสัญญาณแล้ว

 

ไม่นานนักเขาก็เดินมาถึงห้องเป้าหมาย เป็นห้องนอนขนาดใหญ่ ภายในห้องมีโต๊ะทำงานอยู่หนึ่งตัว บนโต๊ะเต็มไปด้วยแฟ้มเอกสารซึ่งดูไม่ค่อยสำคัญเท่าไหร่นัก เพราะถ้าเป็นไฟล์สำคัญๆเขามั่นใจว่ามันไม่มีทางที่จะวางระเกะระกะอยู่บนนี้เป็นแน่ กับอีกสิ่งหนึ่งที่เขามองหาอยู่...คอมพิวเตอร์

 

ยงกุกเดินเข้าไปสำรวจตัวเครื่องจะหาช่องเสียบแฟลชไดรฟ์ ก่อนที่จะเสียบมันลงไป บนหน้าจอมีเปอร์เซนต์ที่ดาวน์โหลดขึ้นไว้อยู่ แต่ยังไม่ทันที่จะได้หายใจพักผ่อนดี

 

"ไม่คิดเลยว่าคนที่บุกรุกเข้ามาจะเป็นแกไอเด็กเหลือขอ"

 

....................................

 

"ไม่คิดเลยว่าคนที่บุกรุกเข้ามาจะเป็นแกไอเด็กเหลือขอ"

 

เสียงที่ดังขึ้นยองแจมั่นใจว่าไม่ใช่เสียงของพี่ชายเขาแน่นอน เมื่อหันไปก็พบคนที่คาดว่าน่าจะเป็นเจ้าของห้องพร้อมปืนกระบอกหนึ่ง

 

"เป็นไปไม่ได้ ฉันตัดสัญญาณกล้องทุกตัวออกไปแล้วนี่ แถมพี่ยงกุกเองก็ไม่ได้ทำเสียงดัง ไม่มีทางที่จะรู้ตัวได้เร็วขนาดนี้หรอก"

 

มือของยองแจคีย์ข้อมูลอย่างรวดเร็วแล้วก็ต้องพบว่าตัวเขาเองพลาดไปแค่เล็กน้อย

 

ในเมื่อมีคอมที่อยู่นอกระบบตั้งเครื่องหนึ่งแล้ว ทำไมมันจะมีเครื่องที่สองและสามไม่ได้?

 

"เหลือเวลาอีกห้านาทีกว่าจะดาวน์โหลดข้อมูลเสร็จ กว่าจะถึงเวลานั้นขออย่าให้มีอะไรเกิดขึ้นเลยเถอะ" ที่เขาทำได้ตอนนี้ มีเพียงแต่คำภาวนาเท่านั้นล่ะ...

 

........................................

 

ยงกุกมองปืนที่เล็งมาทางตัวเขาเอง จากที่คิดว่าจะต้องใช้กำลังเข้าปราบสักหน่อย ก็เป็นอันยกเลิกไป ต่อให้เขามั่นใจว่าอย่างมากก็คงโดนกระสุนแค่ถากๆก็ตาม เพราะในสถานการณ์ที่เขาเป็นผู้บุกรุกเช่นนี้มีแต่จะเสียเปรียบ และเสียงปืนอาจจะทำให้เรียกพวกคนอื่นเข้ามา สุดท้ายข้อมูลที่จะมาเอาก็ไม่ได้สักอย่าง เมื่อคำนวนสถานการณ์ทั้งหมด ตอนนี้ที่ทำได้คือต้องถ่วงเวลาเอาข้อมูลซะก่อน!!!

 

"ฉันเห็นตั้งนานแล้วว่ามีคนบุกรุกเข้ามาในคฤหาสน์ของฉัน แต่ก็ปล่อยมันไปก่อนเพราะอยากรู้ว่ามันจะมาเอาอะไร แต่ไม่คิดว่าจะเป็นแก แถมไม่คิดด้วยว่าจะเป็นสิ่งนั้น" สายตาของอาจารย์มองไปที่คอมข้างหลังเขา

 

"ก่อนที่จะตายอย่างสบาย ฉันขอถามแกก่อนว่ารู้เรื่องอะไรมาบ้าง"

 

"หึ อาจารย์ไม่คิดหรอว่าถ้าผมตายแล้วอาจารย์จะไม่โดนหางเลขไปด้วย"

 

"นั่นเป็นคำตอบของคนที่บุกรุกบ้านคนอื่นในยามวิกาลรึไง"

 

"ถ้าอาจารย์รู้แต่แรกแล้ว..ทำไมไม่เรียกตำรวจซะล่ะ ทำไมถึงต้องมาด้วยตัวเอง"

 

"เหอะ ถ้าพวกตำรวจนั่นมามันจะยิ่งยุ่งกว่าเดิมน่ะสิ" จากคำตอบทำให้เขาคาดเดาได้บางส่วนว่าอาจารย์คนนี้ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับโลกมืดแน่ๆ

 

"แสดงว่าเป็นเรื่องจริงสินะครับ รวมถึงที่เพ่งเล็งผมด้วยก็เพราะเหตุนี้สินะ"

 

"หึ จะตายอยู่แล้วยังปากดีอีก เอาเถอะคิดซะว่าเป็นของขวัญจบการศึกษาจากอาจารย์คนนี้ ใช่ ฉันเห็นแกในห้องวันนั้นก็คิดแล้วว่าแกมันตัวอันตราย เลยคอยจับตาดูอยู่ แล้วแกก็เป็นอย่างที่ฉันคิดจริงๆ" อาจารย์เดินเข้ามาใกล้เขาพร้อมปืนในมือที่ยังเล็งมาที่เขาอยู่

 

"แล้วอาจารย์ไม่อยากฟังแล้วหรอว่าผมรู้อะไรมาบ้าง?"

 

"เอาเถอะฉันไม่อยากรู้แล้วว่าแกรู้อะไรบ้าง เพราะยังไงแกก็ตายอยู่ที่นี่เนี่ยล่ะ"

 

ปิ๊บๆๆๆๆๆ

 

"เสียงอะไรน่ะ" เสียงที่ดังขึ้นขัดบทสนทนาทำให้อาจารย์ต้องหันไปหาต้นเสียง แต่เขารู้ดีมันคือเสียงอะไร...ข้อมูลดาวน์โหลดเสร็จแล้ว

 

ระหว่างที่ตัวอาจารย์ยังสับสน ยงกุกเลยเตะเข้าที่ข้อมืออาจารย์เพื่อสกัดอาวุธ แล้วกระแทกเข่าเข้าที่ท้องเพื่อสกัดการเคลื่อนไหวชั่วคราวก่อนรีบไปดึงแฟลชไดรฟ์ที่เครื่องออก

 

"พี่ยงกุกเอาไอ้ที่ฉันให้ออกมาขว้างไปที่อาจารย์นั่น แล้วกลั้นหายใจด้วย" เสียงของยองที่แทรกเข้ามาผ่านเครื่องมือติดต่อสื่อสารขนาดจิ๋วทำให้เขานึกถึงลูกแก้วใสได้ จึงหยิบออกมา แล้วขว้างไปที่อาจารย์นั่นก่อนที่จะทำการส่งสัญญาณเรียกยามออกมา

 

เพล้ง

 

ทันทีที่ลูกแก้วแตกออก ควันสีเทาข้างในก็ลอยออกมารอบตัวอาจารย์หลังจากนั้นสักพักก็ดูเหมือนว่าสติของอาจารย์เขาจะดูเลื่อนลอย และหลับไป...

 

เขาคิดว่าคงต้องถามเรื่องนี้กับยองแจดูทีหลังว่ามันเป็นยาสลบหรือว่าอะไร มันมีประสิทธิภาพดีกว่าที่เขาเคยเห็นมา แต่ตอนนี้เขาคงต้องรีบหนีออกจากที่นี่ซะก่อนเพราะยังไงเขาก็แค่ต้องการสืบความจริงเท่านั้น แล้วตอนนี้ข้อมูลที่จะช่วยสืบสาวไปถึงต้นตอได้ก็อยู่ในมือของเขาแล้ว

 

เมื่อออกมาจากบ้านก็พบยองแจที่ยืนรออยู่ พร้อมถามหาแฟลชไดรฟ์

 

"ไม่ต้องไปค้นให้ลึกแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ทั้งข้อมูลการโกงเงิน ไหนจะการค้าขายของเถื่อนอีก พรุ่งนี้รับรองขึ้นข่าวหน้าหนึ่งแน่นอน"

 

"เดี๋ยวก่อนหมอก ไอลูกนั่นมันคืออะไรน่ะ"

 

"อ๋อ ก็แค่ยาสลบน่ะแต่ฉันผสานไลฟ์สายน้ำของฉันลงไปด้วยเลยทำให้มีฤทธิหลอนประสาทไปพักนึง ฉันคิดว่าเขาน่าจะดีใจนะที่ได้เห็นอะไรดีๆก่อนที่จะหลับไป เหมือนฝันดียังไงล่ะ" พูดจบเจ้าตัวก็หัวเราะออกมาเบาๆ

 

"ว่าแต่กลับบ้านกันเถอะ นี่มันดึกแล้ว เลยโควต้าเที่ยวเล่นของเรากันแล้ว!!!" สุดท้ายยองแจก็ยังเป็นยองแจที่อยู่ในกรอบอยู่ดี...

edit @ 4 Apr 2012 12:07:36 by WalruS