[LF]CRS ฉบับ B.A.P [BangxDae , HimxYoung] FILE 05
posted on 05 Apr 2012 22:24 by iamcrazy1234 in Fiction“มีอะไรนายเหงือก”
คือ ตั้งแต่เกิดมา สาบานได้ว่าไม่เคยมีใครเรียกเขาแบบนี้มาก่อน โอเค!!! ถึงจะยอมรับว่าเหงือกของเขาออกจะ เอ่อ สวยงามเกินหน้าเกินตาชาวบ้านเขาไปนิดแต่ไม่ต้องพูดให้กระแทกใจดำนักก็ได้ แล้วอีกอย่าง ไอนายแมวอะไรนั่นตีลังกามอง 380 ตลบ ดูยังไงก็ชมชัดๆ!!! ไม่เคยได้ยินหรอน่ารักเหมือนแมวน่ะ!!!
“เรียกไม่ตอบ เหงือกโตเกินไปเลยพูดไม่ได้หรือไงครับ” เสียงเย็นของร่างตรงหน้าก็ปลุกสติของบังยงกุกขึ้นมาได้ ว่าแต่มันด่าเขาใช่ไหม?
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมไปล่ะนะ ไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้”
“เดี๋ยวก่อน!!!”
นายหน้าแมวนั่นหันกลับมาอีกครั้งทันทีที่เขาเรียกอีกครั้ง
“นายใช่คนที่ช่วยผู้หญิงคราวก่อนบนสถานีใช่ไหม”
“....”
“เฮ้!!! ตอบฉันมาหน่อย”
“ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องบอกนาย” หนอยยย ไอนี่มันหยิ่งเว้ยเฮ้ย
“ฉันแค่ถูกชะตากับนายตั้งแต่ที่เห็นก็เลยอยากรู้ว่าใช่หรือเปล่า”
“...โนคอมเม้นต์” ห้ะ เมื่อกี้มันพูดว่าอะไรนะ
“ห้ะ”
“โนคอมเม้นต์ คิดเอาเอง ฉันไม่มีธุระอะไรที่จะต้องบอกนาย”
ก็ได้...ก็ได้ อวดดีให้มันได้ตลอดละกัน ไอหน้าแมว
“บังยงกุก”
“หือ?”
“ทำหน้างงทำไม ฉันชื่อบังยงกุก แล้วนายล่ะ”
“ทำไมฉัน..”
“เฮ้ ไม่เอาน่า ไม่มีใครสอนหรอเวลาที่ใครเขาบอกชื่อนะให้บอกชื่อตัวเองมาด้วย”
“...”
“ฉันไม่เอาชื่อนายไปทำไสยศาสตร์หรอกน่า นี่มันยุคไหนกันแล้ว บอกแล้วไงก็แค่ถูกชะตาด้วย”
“จองแดฮยอน”
“จองแดฮยอน งั้นรึ ชื่อน่ารักดีนะ”
“หึ ไปกันเถอะจงออบ เดี๋ยวจะไปไม่ทัน”
“เดี๋ยวสิครับ แดฮยอนอา อ่า ขอตัวก่อนนะครับ” แล้วร่างของทั้งคู่ก็เดินเข้าไปในห้องโถงสำหรับเตรียมสอบกัน
“งั้นเราก็ไปกันมั่งดีกว่า เฮ้ ยองแจอา จงฮยอน โยซอบ ไม่รีบล่ะก็สายไม่รู้ด้วยนะ” แล้วเขาก็วิ่งตามเข้าไปบ้างทิ้งอีกสามคนที่เหลือไว้
“จริงๆเลย” ยองแจบ่นกับตัวเองก่อนที่จะเดินตามเข้าไปบ้าง
“หมอนั่น ปกติเป็นแบบนี้บ่อยๆหรอ” จงฮยอนถาม
“ไม่หรอก ปกติเป็นคนเรื่อยๆ ยกเว้นแต่จะเจออะไรที่ถูกใจล่ะนะ” ยองแจตอบ
“แล้วนายไม่รีบตามพี่นายไปหรอ” โยซอบถาม
“ไม่ล่ะ วิ่งแต่เช้าเหนื่อย แถมเหม็นเหงื่อด้วย!!!”
แล้วทั้งสามคนก็ตามกันมาเจอยงกุกกำลังรออยู่ที่หน้าห้องโถงที่เป็นโดมกลมๆเพื่อประกาศสำหรับกำหนดการสอบข้าวของ CRS ในปีนี้ หน้าประตูมีป้ายที่ทำจากหน้าจอของ VS ขนาดใหญ่ เขียนเอาไว้ว่า “ยินดีต้อนรับผู้เขาสอบทุกคนสู่ CRS” ส่วนประตูเป็นประตูกระจกแบบบานเลื่อน ซึ่งยองแจวิเคราะห์ว่าน่าจะเป็นกระจกกันกระสุนชนิดพิเศษเหมือนกับที่พวกคนใหญ่คนโตในรัฐบาลเขาใช้กัน ภายในเป็นห้องโล่งกว้าง มีหน้าจอขนาดใหญ่อยู่ข้างหน้า ข้างในตกแต่งสไตล์โมเดิร์นไม่หรูหรามากนัก
“ที่นี่มันโรงเรียนจริงๆใช่ไหม เหมือนโรงแรมชะมัด” จงฮยอนพูดออกมา
แต่ยังไม่ทันที่ทุกคนจะได้ชื่นชมกันได้เต็มตา ภาพหน้าจอก็ปรากฏสัญลักษณ์ไม้กางเขนสีขาวบริสุทธิ์ขึ้นมาพร้อมกับเสียงดังก้องกังวาลว่า
“ยินดีต้อนรับผู้เข้าสอบทุกท่าน ต่อจากนี้ไปเราจะเริ่มการสอบเข้า CRS แล้ว”
“เนื่องจากโรงเรียนเราไม่ใช่โรงเรียนที่สอนวิชาการหรือวิชาชีพแบบปกติเหมือนโรงเรียนอื่นๆ ทุกคนคงทราบกันอยู่แล้วว่าโรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อปราบปรามการก่ออาชญากรรม เพราะฉะนั้นการทดสอบข้าวของเราไม่ได้ใช้เพียงแค่ข้อสอบเขียนแล้วก็จบแค่นั้น แต่ทุกคนจำเป็นที่จะต้องใช้ไหวพริบ สติปัญญา แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ และก็ขอให้ทุกคนรับนี่ไปด้วย”
สิ้นเสียงก็มีฟองจากท้องเพดานลอยลงมาเต็มห้อง ภายในมีป้ายเหมือนไม้กางเขนอยู่ภายใน ฟองเหล่านั้นลอยอยู่ตรงหน้านักเรียนทุกคนพอดี
“นั่นคือป้ายวัดผลการสอบ จะแบ่งเกรดและคะแนนที่ได้ตามสีของไม้กางเขน สีขาวคือเกรดเอ สีเหลืองคือเกรดบี สีแดงเกรดซี สีเทาเกรดดี และสีดำคือตกหรือเกรดเอฟ”
“การจะผ่านการสอบได้ขอแค่มีไม้กางเขนนี่ครบห้าอันจนไปถึงด่านสุดท้าย และในห้าอันนี้จะต้องไม่มีอันไหนเลยที่เปลี่ยนเป็นสีดำ”
“เงื่อนไขการเปลี่ยนสีของไม้กางเขนก็ไม่มีอะไรมาก อาจจะเกิดจากการได้รับบาดเจ็บจนถึงระดับหนึ่งในการทดสอบ หรือการทำตามเงื่อนไขข้อกำหนดในการสอบนั้นๆไม่ได้”
“อ้อ ลืมไปอีกหนึ่งอย่าง แต่ละคนไม่สามารถใช้อุปกรณ์อิเล็กโทรนิคส์ต่างๆได้ในช่วงสอบเพื่อกันการเล่นตุกติก ในบริเวณนี้จะมีการกางสนามไฟฟ้าแบบพิเศษที่จะกวนการทำงานของเครื่องพวกนั้น”
“เอาล่ะการสอบจะแบ่งเป็นสี่รอบใหญ่ๆขอให้ทุกคนโชคดี นี่คือคำใบ้แรกของสถานที่สอบรอบแรก”
“สถานที่นั้นอยู่สูง สูงกว่าผืนดินที่เจ้ายืนอยู่ สูงกว่าต้นไม้ทุกต้น อยู่สูงเทียมฟ้า แต่ต่ำกว่าหญ้านิดเดียว กำหนดเวลาสองชั่วโมงในการหา”
แล้วภาพบนหน้าจอก็หายไป
“นายคิดว่าไงมั่งยองแจ” โยซอบถาม
“สรุปก็แค่ไปให้ถึงด่านสุดท้ายให้มีกางเขนครบห้าอันและไม่มีอันใดอันหนึ่งเป็นสีดำไปซะก่อน โดยที่ระหว่างทางจะได้กางเขนเพิ่มขึ้นมาด่านล่ะหนึ่งอันเมื่อเคลียร์ด่านนั้นได้”
“แต่ละด่านก็ไม่รู้สินะว่าจะเจอกับอะไรบ้าง” จงฮยอนพูดออกมาลอยๆ แต่จริงๆเจ้าตัวก็พร้อมจะลุยทุกสถานการณ์อยู่แล้ว
“เอาเถอะน่า คิดไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมายังไงก็ต้องลุยอยู่แล้วนี่” ยงกุกพูดตัดบท
“แต่ปริศนาแรกนี่มันง่ายจริงๆนะ”
“ใช่ แต่ปัจจุบันคนที่รู้ก็มีน้อยนะ เพราะมันเป็นปัญหาเชาวน์ของคนสมัยก่อน”
“จุดหมายแรกที่ต้องไป...ภูเขาหลังโรงเรียนนี้ไงล่ะ”
“คุณแดฮยอนเราจะไปกันเลยไหม”
“อืม แล้วก็ดูแลตัวเองดีๆด้วย ไม่รู้ว่าระหว่างทางจะเจอกับอะไรบ้าง ยังไงซะสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือรักษาไม้กางเขนเอาไว้ให้ดีที่สุด” แดฮยอนตอบพลางเคลื่อนตัวออกจากห้องโถงอย่างใจเย็นไม่เหมือนคนอื่นๆที่รีบออกไปตั้งแต่ได้ยินคำใบ้เสร็จ
“ว่าแต่เราจะไม่รีบหน่อยหรือครับ”
“ไม่ล่ะ มันไม่ได้กำหนดว่าภารกิจนี้ให้คนผ่านได้กี่คน เราค่อยๆเคลื่อนตัวแบบนี้คอยดูสถานการณ์ก่อนดีแล้ว ยังไงเราก็รู้อยู่แล้วว่าสถานที่ที่ต้องไปมันอยู่ที่ไหน”
“เฮ้ แดฮยอนอา” เสียงทุ้มต่ำที่ฟังดูคุ้นขัดขึ้นในระหว่างที่เขากับจงออบกำลังจะเคลื่อนตัวออกไปบ้าง
“มีอะไรอีก แล้วฉันก็ไม่ได้ไปสนิทอะไรกับนายขนาดนั้นถึงกับเรียกชื่อจริงเฉยๆได้นะ” ใช่แล้ว นายบังยงกุกอะไรนั่นเรียกเขาอีกแล้ว ไม่มีคนอื่นให้เรียกรึไง
“ก็เห็นพวกนายอยู่กันแค่สองคนเหมือนพวกเราก็เลยชวนไปด้วยกันไง”
“แล้วเพื่อนพวกนายอีกสองคนล่ะ”
“พวกนั้นน่ะหรอ บอกจะแยกทางกันไปน่ะ บอกเคลื่อนไหวกันสองคนสำหรับพวกเขามันจะสะดวกกว่า ฉันก็ไม่ได้ติดอะไรอยู่แล้วก็เลยปล่อยๆไป”
“แล้วนายมายุ่งกับพวกฉันทำไม”
“ไม่เอาน่า ก็บอกว่าแค่ถูกชะตาด้วย จะทำเป็นเย็นชาไปทำไม ยังไงเดี๋ยวเราก็ได้เป็นเพื่อนกันอยู่แล้ว”
“มั่นใจจังเลยนะ”
“แน่นอน นี่ใคร บังยงกุก เชียวนะ”
“ก็ได้ แล้วฉันจะคอยดูว่านายจะทำได้ดีสักแค่ไหนเชียว”
"งั้นขอแนะนำตัวอีกที ฉันบังยงกุก นี่น้องชายฉัน ยูยองแจ"
ผู้ชายตัวเล็กกว่าที่ไว้ผมยาวปิดข้างซ้าย ดูท่าทางฉลาดเป็นกรดก็ออกมาทักทายเขา
"สวัสดีฉันชื่อยองแจ ยินดีที่ได้รู้จัก"
"อืม ฉันแดฮยอน จองแดฮยอน นายนี่น่าคบกว่าพี่อีกนะ"
"อ้าวเฮ้ย อะไรอ่ะ สองมาตรฐานนี่หว่า"
"แล้วนายเคยได้ยินคำว่ายุติธรรมบนโลกนี้ด้วยรึไง ถ้าโลกนี้มันตรงเป็นไม้บรรทัดป่านนี้ก็ไม่ต้องมีโรงเรียนนี้แล้ว"
"นั่นมันก็อีกเรื่องหนึ่ง..."
"นี่ มุนจงออบ เพื่อนสมัยเด็กๆฉันน่ะตามมาสอบด้วยกัน" แล้วแดฮยอนก็พูดตัดบทยงกุกไป
"ยินดีที่ได้รู้จักครับ"
"จงออบออกจะเป็นคนที่ติดสุภาพสักหน่อยนะ แล้วเราจะไปกันได้รึยัง อ้อ พ่อเหงือกโต ไม่สิคุณบังยงกุกถ้าไม่รีระวังไอที่พูดๆจะทำไม่ได้นะ หึหึหึ" เขาพูดเสร็จก็โปรยยิ้มใส่แล้วก็เดินจากไปโดยไม่รอยงกุกที่กำลังฟึดฟัดเหมือนกำลังโดนขัดใจ
"โหหหห สยบพี่เราได้อยู่หมัด เจ๋งอ่ะ "
"ไม่ต้องพูดมากเลยรีบไปได้แล้ว!!!" แล้วยงกุกก็ได้วิ่งตามไปอย่างคาดโทษผู้ชายที่ชื่อว่าจองแดฮยอนอยู่ในใจ
""
edit @ 5 Apr 2012 22:31:37 by WalruS