"ข่าวด่วนวันนี้...ตำรวจได้รับแจ้งมาว่าพบหลักฐานการโกงเงินของ นายสมชาย ศักดิ์ตระกูล วัย36ปี อาจารย์วิชาประวัติศาสตร์ของโรงเรียนรัฐบาลแห่งหนึ่ง นอกจากนี้ยังพบหลักฐานการค้าของเถื่อน โดยที่เช้าวันนี้ตำรวจได้เริ่มเข้าไป...ปิ๊ป" เสียงข่าวจากทีวีในยามเช้าเป็นเรื่องปกติของบ้านวิสุทธินที แต่ดูเหมือนว่าวันนี้ลูกชายคนเล็กของบ้านตั้งใจจะดูการ์ตูนซะแล้วสิ
"ไม้ทำไมยังไม่อาบน้ำอีกเดี๋ยวก็ไปเรียนสายหรอก" หมอกพูดออกไปพลางกินข้าวเช้าง่ายๆ...ขนมปังปิ้งกับไข่ดาว
"วันนี้ผมหยุดเถอะ แล้วพี่เมฆกับพี่หมอกนั่นล่ะไม่รีบเดี๋ยวก็ไปสอบสายหรอกฮะ"
"ว่าแต่เตรียมตัวอะไรไปครบหมดยัง ไม่ลืมอะไรแน่นะ" เสียงของแม่ดังออกมาจากในครัวเพื่อย้ำเราสองคนไม่ให้ลืมอะไรไป
ในเช้าวันธรรมดาๆสำหรับคนอื่น แต่สำหรับ เมฆา วิสุทธินที เช้าวันนี้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นมากมายจริงๆ เรื่องแรกหลังจากที่เราได้ข้อมูลการโกงของอาจารย์สมชายแล้ว หมอกก็ไม่รอช้ารีบส่งให้ตำรวจทันทีเพื่อกันไม่ให้อีกฝ่ายตุกติกได้จนเป็นข่าวเมื่อเช้า ความจริงเขาเองก็คิดว่างานราชการก็เป็นงานที่ดี เพราะเป็นงานที่ได้ช่วยเหลือผู้อื่น ถึงแม้จะไม่มีรายได้สูงมากนัก แต่การเอาหน้าที่การงานของตนมาใช้ในทางที่ไม่ดีมันก็ไม่ถูกต้องอยู่ดี สมัยนี้คนเรามองค่าของเงินเหนือกว่าค่าของความเป็นคนมากขนาดนี้เลยหรอ เรื่องที่สองคือเขากับหมอกจบการเรียนมัธยมศึกษาปีที่สามแล้ว เพื่อนๆส่วนมากแน่นอนว่าต้องเลือกที่จะเรียนต่อในสายวิชาสามัญ ไม่ก็วิชาชีพ แต่ผมกับหมอกตัดสินใจที่จะสอบเข้าที่อื่นแทนที่จะเรียนต่อตามปกติเหมือนเพื่อนๆคนอื่นเขา
สถาบันที่ขึ้นชื่อในด้านการปราบปรามอาชญากรรมมากที่สุดในประเทศ...CRS.
..............................
"น้องๆทางนี้ครับ ไลท์เพ็นนำโชคใช้แล้วต้องสอบติดแน่นอน 100%"
"ทางนี้ๆค่ะ แนวข้อสอบของปีที่แล้ว ตรงแน่นอนชัวร์ไม่มั่วนิ่ม"
"เครื่องรางไหมคะ"
"น้องทางนั้นน่ะ..."
เสียงดังจอแจรอบด้านนับเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของการสอบเข้าทุกโรงเรียนดังเลยก็ว่าได้ บ้างก็ขายดินสอ บ้างก็แนวข้อสอบ และแน่นอนว่ามีกลุ่มเด็กนักเรียนจำนวนไม่น้อยที่สนใจดู บ้างก็ซื้อบ้างไม่ซื้อบ้าง
"เมฆอยากซื้อหรอ" น้องชายฝาแฝดเดินเข้ามาถาม หลังจากที่เห็นพี่ชายอย่างเขากำลังดูของอย่างท่าทางสนใจ
"เปล่า แค่ไม่เคยเห็นน่ะ"
"ก็ไม่เคยคิดที่จะไปสอบที่อื่นก็อย่างนี้ล่ะ" เขายักไหล่ทันทีที่หมอกพูดจบ
"น้องสองคนนั้นน่ะสนใจแนวข้อสอบไหมพี่รับรองออกตรงแน่นอน"
"เอ่อ...ไม่ดีกว่าครับ" หมอกตอบ
"นี่น้องมาลองดูก่อนก็ได้นะ แล้วอย่าไปเสียใจทีหลังนา"พี่คนขายยังคงตื๊ออยู่
"แต่เท่าที่ผมรู้ข้อสอบของCRS.นั้นเป็นความลับระดับชาติเลยไม่ใช่หรอ จริงไหมเพื่อนรัก" ยังไม่ทันที่เขาจะตอบปฏิเสธแทนน้องมีผู้ชายสองคนในเครื่องแบบนักเรียนโรงเรียนเอกชนทั้งคู่เดินเข้ามา
"จริงที่สุดเลยคุณเพื่อน อีกอย่างนะครับวิธสอบเข้าของCRS.น่ะเปลี่ยนทุกปีไม่มีปีไหนที่แน่นอนหรอกว่าจะสอบแบบนี้ หรือแบบนั้น"
"ก็มีแต่คนที่ไม่มั่นใจในฝีมือตัวเองเท่านั้นล่ะที่จะ โง่ ซื้อนะ" คนที่พูดคนแรกก็พูดต่อพลางหัวเราะ เพียงแต่ความดังของเสียงที่ออกมามันทำให้คนรอบๆหันมามองเรากันแทบหมด แถมเหมือนว่าบางคนที่ซื้อของจะส่งสายตาอาฆาตมาให้ด้วย
หมอกทำท่าทางเหมือนจะบอกว่าไม่ได้รู้จักกับสองคนนี้เพื่อหลีกเลี่ยงความวุ่นวายฉบับสไตล์คนไม่อยากมีเรื่อง แต่สำหรับเมฆเขาคิดว่ามันน่าสนุกดี
"สวัสดีคู่แข่งและเพื่อนในอนาคต" ผู้ชายคนที่หัวเราะจนเป็นจุดเด่นหันมาทักทายเรา ส่วนอีกคนก็ส่งรอยยิ้มมาให้
"ฉันชื่อเฟเซอร์นะ ส่วนนี่อิทธิฤทธิเพื่อนฉันเอง"
เฟเซอร์เป็นผู้ชายผิวขาวแบบคนสุขภาพดีร่างโปร่งสูงประมาณ 175 ซม. ผมสีฟ้ายาวมัดรวบไปข้างหลัง ใบหน้าคมและนัยน์ตาบ่งบอกถึงความเป็นคนมั่นใจในตัวเองสูง ที่ใบหูทัดไลท์เพ็นเอาไว้ตลอดเวลา
ส่วนผู้ชายอีกคนที่ชื่ออิทธิฤทธิ มีผิวขาวเหมือนกันเพียงแต่ร่างเล็กกว่า สูงราวๆ 170 ซม. ผมทรงสไตล์วัยรุ่นทั่วไปแต่ทำเป็นสองสีข้างหน้าเทาแล้วไล่โทนไปเป็นสีน้ำตาลอ่อน ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มตลอดเวลา ทำให้คนมองแล้วยากที่จะเกลียดคนๆนี้ลงได้
"เรียกผมว่า อิท ก็ได้ อิทธิฤทธิ มันคงยาวไป" อิทตอบโดยที่ยังยิ้มอยู่
"เอ่อ ฉันเมฆ นี่น้องชายฝาแฝดฉันชื่อหมอก ยินดีที่ได้รู้จัก" เมฆเห็นหมอกยังนิ่งอยู่เลยต้องบอกชื่อน้องออกไปแทน แต่เขาเข้าใจหมอกอยู่ หมอกไม่ค่อยชอบคนสไตล์พูดจาโผงผางสักเท่าไหร่ แถมบวกกับเจ้าตัวไม่ชอบที่จะเป็นจุดเด่นด้วย สงสัยให้คะแนนเฟเซอร์ติดลบอยู่
"เป็นฝาแฝดหรอกหรือเนี่ย ฉันคิดว่าน่าจะเป็นพี่น้องไม่ก็ญาตินะ ไม่คิดว่าจะเป็นฝาแฝดพวกนายดู..." เฟเซอร์พูดพลางจับรายละเอียดของเราสองคนไปพร้อมกัน
"ไม่ค่อยเหมือนกัน" เมฆตอบ
"ว่าแต่เฟเซอร์ชื่อนายแปลกดีนะ"
"ก็นั่นมันชื่อปลอมมันนี่ เนอะ" อิทที่ยังยืนส่งยิ้มให้เราอยู่ตอบกลับมา
"ใช่แล้วคุณเพื่อน เพราะฉันเป็นนักข่าวเราจะต้องทำตัวให้กลมกลืนกับคนอื่นอย่าทำตัวเป็นจุดเด่นเพือจะได้หาข่าวได้อย่างสะดวก" เจ้าตัวตอบพร้อมอธิบายเสร็จสรรพ
ว่าแต่...นายมั่นใจแล้วสินะว่าที่ทำอยู่เนี่ย...มันไม่ได้เรียกว่าเป็นจุดเด่น
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้คิดอะไรมากนัก เขาเห็นร่างๆหนึ่งเดินผ่านหน้าเขาไป ถึงจะแค่แว่บเดียวแต่เขาก็จำไดแน่ๆ ผิวขาวราวหิมะ ผมสีเงินที่ติดตานั่น...ต้องเป็นคนเดียวกันกับที่บนสถานีนั่นแน่ๆ
"คุณหิมกร ยังไม่ถึงเวลาสอบเลยนะครับจะรีบไปไหน" ผมหันไปมองจึงพบว่าเขาเดินคู่มากับผู้ชายคนหนึ่ง แต่จะเรียกว่าเดินคู่รึเปล่า...เพราะคนผิวขาวความไวในการเดินนั้นเร็วพอสมควร ในขณะที่ร่างเล็กอีกคนดูเหมือนจะวิ่งเหยาะๆตามซะมากกว่า
"ศิลป์ เลิกเรียกชื่อฉันเต็มๆเถอะ แล้วไม่ต้องสุภาพมากก็ได้"
"แต่ผม..." ร่างทั้งสองกำลังจะเดินเข้าเกทไปแล้วถ้าไม่...
"เดี๋ยวก่อนนายขาว!!!" ใช่...นายหิมกรนั่นกับคนร่างเล็กคงจะเดินเข้าเกทเพื่อไปเตรียมตัวสอบแล้ว ถ้าเขา นายเมฆาไม่เรียกเอาไว้ก่อน
ร่างขาวชะงักแล้วหันมามองทางเขาพร้อมดวงตาเรียวเล็กที่แสดงถึงความไม่พอใจกับชื่อที่เขาเรียกออกไป...
"มีอะไร นายดำ"

อ่านไปก็คิดไปว่าจะเม้นท์อะไรบ้าง
แต่พอมาเจอประโยค "เดี๋ยวก่อนนายขาว!!!" "มีอะไร นายดำ"
แค่นั้นแหละอิฉันสติแตกค่ะ! 55555
มันน่ารั๊กอ่ะ!
กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกก
คือแบบ ดูมันเรียกกันสิ ดูเค้าเรียกกันเซ่!
แอร๊ยยยย แบบนี้มัน y ชัดๆ >3<
อิทน่ารักเชียว แลดูเป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์เป็นเลิศ
ส่วนนายเว่อร์นั่นชื่ออะไรนะ? จำไม่ได้อ่ะ รู้แต่หมั่นไส้มากกกกก 5555
และสุดท้าย!
อิฉันออกมาแล้วคร่าาาาาา
แอร๊ยยยยย เขิลลลล >///<
แค่เพียงคำพูดไม่กี่ประโยคก็บ่งบอกถึงความโมเอ้ น่ารักน่ากด
ช่างสมกับเป็นตัวอิฉันจริงๆ >.<
รออ่านตอนต่อไปว่านายดำจะตอบนายขาวว่ายังไง? 5555
#1 By I...wish (158.108.125.205) on 2011-11-28 16:28