อิมเมจตัวละคร

posted on 28 Nov 2011 02:39 by iamcrazy1234  in ProfileCRS
จะมาลงเพิ่มเรื่อยๆ ><
 
 เมฆ เมฆา วิสุทธินที
 
 หมอก สายหมอก วิสุทธินที
 
 เฟเซอร์ ชื่อจริงเป็นปริศนา
 
 อิท อิทธิฤทธิ  เลิศไพบูลย์
 
 โคลด์ หิมกร เทพพิทักษ์
 
 ศิลป์ ศรศิลป์ วิจิตรลักษณ์

edit @ 28 Nov 2011 03:21:20 by WalruS

edit @ 28 Nov 2011 03:21:56 by WalruS

File 4

posted on 25 Nov 2011 13:02 by iamcrazy1234  in CRS
"ข่าวด่วนวันนี้...ตำรวจได้รับแจ้งมาว่าพบหลักฐานการโกงเงินของ นายสมชาย ศักดิ์ตระกูล วัย36ปี อาจารย์วิชาประวัติศาสตร์ของโรงเรียนรัฐบาลแห่งหนึ่ง นอกจากนี้ยังพบหลักฐานการค้าของเถื่อน โดยที่เช้าวันนี้ตำรวจได้เริ่มเข้าไป...ปิ๊ป" เสียงข่าวจากทีวีในยามเช้าเป็นเรื่องปกติของบ้านวิสุทธินที แต่ดูเหมือนว่าวันนี้ลูกชายคนเล็กของบ้านตั้งใจจะดูการ์ตูนซะแล้วสิ
 
"ไม้ทำไมยังไม่อาบน้ำอีกเดี๋ยวก็ไปเรียนสายหรอก" หมอกพูดออกไปพลางกินข้าวเช้าง่ายๆ...ขนมปังปิ้งกับไข่ดาว
 
"วันนี้ผมหยุดเถอะ แล้วพี่เมฆกับพี่หมอกนั่นล่ะไม่รีบเดี๋ยวก็ไปสอบสายหรอกฮะ"
 
"ว่าแต่เตรียมตัวอะไรไปครบหมดยัง ไม่ลืมอะไรแน่นะ" เสียงของแม่ดังออกมาจากในครัวเพื่อย้ำเราสองคนไม่ให้ลืมอะไรไป
 
ในเช้าวันธรรมดาๆสำหรับคนอื่น แต่สำหรับ เมฆา วิสุทธินที เช้าวันนี้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นมากมายจริงๆ เรื่องแรกหลังจากที่เราได้ข้อมูลการโกงของอาจารย์สมชายแล้ว หมอกก็ไม่รอช้ารีบส่งให้ตำรวจทันทีเพื่อกันไม่ให้อีกฝ่ายตุกติกได้จนเป็นข่าวเมื่อเช้า ความจริงเขาเองก็คิดว่างานราชการก็เป็นงานที่ดี เพราะเป็นงานที่ได้ช่วยเหลือผู้อื่น ถึงแม้จะไม่มีรายได้สูงมากนัก แต่การเอาหน้าที่การงานของตนมาใช้ในทางที่ไม่ดีมันก็ไม่ถูกต้องอยู่ดี สมัยนี้คนเรามองค่าของเงินเหนือกว่าค่าของความเป็นคนมากขนาดนี้เลยหรอ เรื่องที่สองคือเขากับหมอกจบการเรียนมัธยมศึกษาปีที่สามแล้ว เพื่อนๆส่วนมากแน่นอนว่าต้องเลือกที่จะเรียนต่อในสายวิชาสามัญ ไม่ก็วิชาชีพ แต่ผมกับหมอกตัดสินใจที่จะสอบเข้าที่อื่นแทนที่จะเรียนต่อตามปกติเหมือนเพื่อนๆคนอื่นเขา
 
สถาบันที่ขึ้นชื่อในด้านการปราบปรามอาชญากรรมมากที่สุดในประเทศ...CRS.
 
..............................
 
"น้องๆทางนี้ครับ ไลท์เพ็นนำโชคใช้แล้วต้องสอบติดแน่นอน 100%"
 
"ทางนี้ๆค่ะ แนวข้อสอบของปีที่แล้ว ตรงแน่นอนชัวร์ไม่มั่วนิ่ม"
 
"เครื่องรางไหมคะ"
 
"น้องทางนั้นน่ะ..."
 
เสียงดังจอแจรอบด้านนับเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของการสอบเข้าทุกโรงเรียนดังเลยก็ว่าได้ บ้างก็ขายดินสอ บ้างก็แนวข้อสอบ และแน่นอนว่ามีกลุ่มเด็กนักเรียนจำนวนไม่น้อยที่สนใจดู บ้างก็ซื้อบ้างไม่ซื้อบ้าง
 
"เมฆอยากซื้อหรอ" น้องชายฝาแฝดเดินเข้ามาถาม หลังจากที่เห็นพี่ชายอย่างเขากำลังดูของอย่างท่าทางสนใจ
 
"เปล่า แค่ไม่เคยเห็นน่ะ"
 
"ก็ไม่เคยคิดที่จะไปสอบที่อื่นก็อย่างนี้ล่ะ" เขายักไหล่ทันทีที่หมอกพูดจบ
 
"น้องสองคนนั้นน่ะสนใจแนวข้อสอบไหมพี่รับรองออกตรงแน่นอน"
 
"เอ่อ...ไม่ดีกว่าครับ" หมอกตอบ
 
"นี่น้องมาลองดูก่อนก็ได้นะ แล้วอย่าไปเสียใจทีหลังนา"พี่คนขายยังคงตื๊ออยู่
 
"แต่เท่าที่ผมรู้ข้อสอบของCRS.นั้นเป็นความลับระดับชาติเลยไม่ใช่หรอ จริงไหมเพื่อนรัก" ยังไม่ทันที่เขาจะตอบปฏิเสธแทนน้องมีผู้ชายสองคนในเครื่องแบบนักเรียนโรงเรียนเอกชนทั้งคู่เดินเข้ามา
 
"จริงที่สุดเลยคุณเพื่อน อีกอย่างนะครับวิธสอบเข้าของCRS.น่ะเปลี่ยนทุกปีไม่มีปีไหนที่แน่นอนหรอกว่าจะสอบแบบนี้ หรือแบบนั้น"
 
"ก็มีแต่คนที่ไม่มั่นใจในฝีมือตัวเองเท่านั้นล่ะที่จะ โง่ ซื้อนะ" คนที่พูดคนแรกก็พูดต่อพลางหัวเราะ เพียงแต่ความดังของเสียงที่ออกมามันทำให้คนรอบๆหันมามองเรากันแทบหมด แถมเหมือนว่าบางคนที่ซื้อของจะส่งสายตาอาฆาตมาให้ด้วย
 
หมอกทำท่าทางเหมือนจะบอกว่าไม่ได้รู้จักกับสองคนนี้เพื่อหลีกเลี่ยงความวุ่นวายฉบับสไตล์คนไม่อยากมีเรื่อง แต่สำหรับเมฆเขาคิดว่ามันน่าสนุกดี
 
"สวัสดีคู่แข่งและเพื่อนในอนาคต" ผู้ชายคนที่หัวเราะจนเป็นจุดเด่นหันมาทักทายเรา ส่วนอีกคนก็ส่งรอยยิ้มมาให้
 
"ฉันชื่อเฟเซอร์นะ ส่วนนี่อิทธิฤทธิเพื่อนฉันเอง"
 
เฟเซอร์เป็นผู้ชายผิวขาวแบบคนสุขภาพดีร่างโปร่งสูงประมาณ 175 ซม. ผมสีฟ้ายาวมัดรวบไปข้างหลัง ใบหน้าคมและนัยน์ตาบ่งบอกถึงความเป็นคนมั่นใจในตัวเองสูง ที่ใบหูทัดไลท์เพ็นเอาไว้ตลอดเวลา
 
ส่วนผู้ชายอีกคนที่ชื่ออิทธิฤทธิ มีผิวขาวเหมือนกันเพียงแต่ร่างเล็กกว่า สูงราวๆ 170 ซม. ผมทรงสไตล์วัยรุ่นทั่วไปแต่ทำเป็นสองสีข้างหน้าเทาแล้วไล่โทนไปเป็นสีน้ำตาลอ่อน ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มตลอดเวลา ทำให้คนมองแล้วยากที่จะเกลียดคนๆนี้ลงได้
 
"เรียกผมว่า อิท ก็ได้ อิทธิฤทธิ มันคงยาวไป" อิทตอบโดยที่ยังยิ้มอยู่
 
"เอ่อ ฉันเมฆ นี่น้องชายฝาแฝดฉันชื่อหมอก ยินดีที่ได้รู้จัก" เมฆเห็นหมอกยังนิ่งอยู่เลยต้องบอกชื่อน้องออกไปแทน แต่เขาเข้าใจหมอกอยู่ หมอกไม่ค่อยชอบคนสไตล์พูดจาโผงผางสักเท่าไหร่ แถมบวกกับเจ้าตัวไม่ชอบที่จะเป็นจุดเด่นด้วย สงสัยให้คะแนนเฟเซอร์ติดลบอยู่
 
"เป็นฝาแฝดหรอกหรือเนี่ย ฉันคิดว่าน่าจะเป็นพี่น้องไม่ก็ญาตินะ ไม่คิดว่าจะเป็นฝาแฝดพวกนายดู..." เฟเซอร์พูดพลางจับรายละเอียดของเราสองคนไปพร้อมกัน
 
"ไม่ค่อยเหมือนกัน" เมฆตอบ
 
"ว่าแต่เฟเซอร์ชื่อนายแปลกดีนะ"
 
"ก็นั่นมันชื่อปลอมมันนี่ เนอะ" อิทที่ยังยืนส่งยิ้มให้เราอยู่ตอบกลับมา
 
"ใช่แล้วคุณเพื่อน เพราะฉันเป็นนักข่าวเราจะต้องทำตัวให้กลมกลืนกับคนอื่นอย่าทำตัวเป็นจุดเด่นเพือจะได้หาข่าวได้อย่างสะดวก" เจ้าตัวตอบพร้อมอธิบายเสร็จสรรพ
 
ว่าแต่...นายมั่นใจแล้วสินะว่าที่ทำอยู่เนี่ย...มันไม่ได้เรียกว่าเป็นจุดเด่น
 
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้คิดอะไรมากนัก เขาเห็นร่างๆหนึ่งเดินผ่านหน้าเขาไป ถึงจะแค่แว่บเดียวแต่เขาก็จำไดแน่ๆ ผิวขาวราวหิมะ ผมสีเงินที่ติดตานั่น...ต้องเป็นคนเดียวกันกับที่บนสถานีนั่นแน่ๆ
 
"คุณหิมกร ยังไม่ถึงเวลาสอบเลยนะครับจะรีบไปไหน"  ผมหันไปมองจึงพบว่าเขาเดินคู่มากับผู้ชายคนหนึ่ง แต่จะเรียกว่าเดินคู่รึเปล่า...เพราะคนผิวขาวความไวในการเดินนั้นเร็วพอสมควร ในขณะที่ร่างเล็กอีกคนดูเหมือนจะวิ่งเหยาะๆตามซะมากกว่า
 
"ศิลป์ เลิกเรียกชื่อฉันเต็มๆเถอะ แล้วไม่ต้องสุภาพมากก็ได้"
 
"แต่ผม..." ร่างทั้งสองกำลังจะเดินเข้าเกทไปแล้วถ้าไม่...
 
"เดี๋ยวก่อนนายขาว!!!" ใช่...นายหิมกรนั่นกับคนร่างเล็กคงจะเดินเข้าเกทเพื่อไปเตรียมตัวสอบแล้ว ถ้าเขา นายเมฆาไม่เรียกเอาไว้ก่อน
 
ร่างขาวชะงักแล้วหันมามองทางเขาพร้อมดวงตาเรียวเล็กที่แสดงถึงความไม่พอใจกับชื่อที่เขาเรียกออกไป...
 
"มีอะไร นายดำ"
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

File 3

posted on 24 Nov 2011 22:25 by iamcrazy1234  in CRS
"เมฆเครื่องสื่อสารขนาดเล็กยังอยู่กับตัวใช่ไหม"
 
"อืม"
 
"อย่าลืมติดมันไว้กับตัวล่ะ ฉันจะคอยบอกเส้นทางภายในบ้านทั้งหมด และคอยสนับสนุนนายอยู่ ที่เหลือขึ้นอยู่กับฝีมือของนายแล้วล่ะ"
 
"ก็ดี คิดซะว่าทดสอบจริงก่อนไปสอบเข้าล่ะนะ"
 
"ระบบป้องกันทางเข้าบ้านใช้เซนเซอร์ตรวจจับ ถ้าเข้าไปโดยไม่ได้รับเชิญคิดว่าคงพากันแห่เข้ามาต้อนรับเราแน่ เพราะฉะนั้นงานนี้ต้องเงียบมากที่สุดเท่าที่จะทำได้" หมอกพูดพึมพำพลางคีย์อะไรบางอย่างใส่แลปทอปขนาดเล็กอย่างรวดเร็ว
 
"ได้แล้ว!" หมอกเงยหน้าขึ้นมาจากแลปทอป
 
"ตอนนี้ฉันปลดล็อกระบบเซ็นเซอร์ทางเข้าหมดแล้ว รวมถึงเข้าโพรเซสระบบป้องกันภัยทั้งหมดภายในบ้าน คิดว่าถ้าผ่านจากจุดหน้าบ้านไปได้ทั้งหมด ที่เหลือก็จะสบายหน่อยเพราะระบบป้องกันใช้คอมพิวเตอร์ทั้งหมด นี่ล่ะน้าข้อเสียของการใช้คอมพิวเตอร์ในดารป้องกันภัย"
 
"แล้วก็นี่" หมอกยื่นวัตถุเล็กขนาดเท่าแฟลชไดรฟ์ที่ขายกันทั่วๆไปเอามาให้
 
"อะไรน่ะ"
 
"แฟลชไดรฟ์นั่นล่ะ แต่ฉันดัดแปลงให้สามารถบันทึกข้อมูลทั้งหมดในเครื่องคอมพิวเตอร์ เพียงแต่มันอาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อย ฉันเช็คดูในบ้านแล้วมีคอมที่แยกออกจากระบบป้องกันภัยออกมาอยู่เครื่องเดียวในห้องนอน ฉันจะคอยบอกทางให้เอง แล้วก็เอาไอนี้ไปเผื่อด้วย โชคดีล่ะ" หมอกพูดจบก็เอาวัตถุกลมใสข้างในมีควันสีเทาอยู่ออกมาให้ก่อนออกไปซ่อนตัวที่อื่นเพื่อไม่ให้ใครจับได้
 
"เอาล่ะได้เวลาลงมือสักที"
 
............................................................
 
"เฮ้ย แถวนี้มีใครมาบ้างไหมวะ"
 
"ไม่มี"
 
เสียงคุยกันทำให้เมฆรู้ว่าบริเวณหน้าประตูทางเข้ามียามจำนวนสองคอยเฝ้าอยู่ ถ้าเขาจะเข้าไปแบบเงียบที่สุดก็ต้องซัดยามพวกนี้ให้หมอบในครั้งเดียวก่อนที่จะไปเรียกคนอื่น หรือกดสัญญาณเตือนภัยได้ซะก่อน และถ้าเป็นอย่างนั้นภารกิจสืบครั้งนี้ก็จะล้มเหลว
 
เมฆคอยโอกาสที่จะบุกเข้าไปเพื่อที่จะจัดการกับยามทั้งคู่ให้รวดเร็วและเงียบเชียบมากที่สุด เมื่อสบโอกาสเหมาะ เขาก็ทะยานตัวออกไป
 
"เฮ้ย! แกเป็นคะ..."
 
ยังไม่ทันที่ยามคนหนึ่งจะพูดจบ เขาก็ซัดฝ่ามือเข้าที่ตรงท้ายทอยซะก่อน ทำให้ยามทั้งคู่สลบไป
 
"ฟู่ว เอาล่ะต่อไปทำยังไงต่อ"
 
"ประตูใช้ระบบคีย์การ์ด นายเอาบัตรอะไรก็ได้ออกมาใช้ก่อน ฉันจะปลดล็อคประตูให้" เสียงของหมอกดังขึ้นในหูผ่านเครื่องสื่อสารขนาดเล็กที่เจ้าตัวประดิษฐ์ขึ้นมา
 
"เฮ้ย แต่มันจะเปิดได้หรอ"
 
"เอาน่า เชื่อมือฉันเถอะ รอฟังสัญญาณแล้วรูดเลยนะ"
 
"..."
 
"รูดเลย"
 
ฉึบ
 
กริ๊ก
 
หลังจากได้ยินสัญญาณจากหมอกเขาก็รูดบัตรนักเรียนผ่านที่ใส่คีย์การ์ดแล้วประตูก็เปิดออกมา
 
เมฆเดินเข้าไปข้างในด้วยท่าทางสบายๆราวกับว่านี่เป็นบ้านของเขาเอง อย่างที่หมอกบอกนอกจากหน้าบ้านแล้วภายในบ้านระบบป้องกันภัยทั้งหมดเป็นเครื่องจักรสั่งการผ่านคอมพิวเตอร์ซึ่งตอนนี้ทั้งหมดคงโดนตัดสัญญาณแล้ว
 
ไม่นานนักเขาก็เดินมาถึงห้องเป้าหมาย เป็นห้องนอนขนาดใหญ่ ภายในห้องมีโต๊ะทำงานอยู่หนึ่งตัว บนโต๊ะเต็มไปด้วยแฟ้มเอกสารซึ่งดูไม่ค่อยสำคัญเท่าไหร่นัก เพราะถ้าเป็นไฟล์สำคัญๆเขามั่นใจว่ามันไม่มีทางที่จะวางระเกะระกะอยู่บนนี้เป็นแน่ กับอีกสิ่งหนึ่งที่เขามองหาอยู่...คอมพิวเตอร์
 
เมฆเดินเข้าไปสำรวจตัวเครื่องจะหาช่องเสียบแฟลชไดรฟ์ ก่อนที่จะเสียบมันลงไป บนหน้าจอมีเปอร์เซนต์ที่ดาวน์โหลดขึ้นไว้อยู่ แต่ยังไม่ทันที่จะได้หายใจพักผ่อนดี
 
"ไม่คิดเลยว่าคนที่บุกรุกเข้ามาจะเป็นแกไอเด็กเหลือขอ"
 
....................................
 
"ไม่คิดเลยว่าคนที่บุกรุกเข้ามาจะเป็นแกไอเด็กเหลือขอ"
 
เสียงที่ดังขึ้นหมอกมั่นใจว่าไม่ใช่เสียงของพี่ชายเขาแน่นอน เมื่อหันไปก็พบคนที่คาดว่าน่าจะเป็นเจ้าของห้องพร้อมปืนกระบอกหนึ่ง
 
"เป็นไปไม่ได้ ฉันตัดสัญญาณกล้องทุกตัวออกไปแล้วนี่ แถมเมฆเองก็ไม่ได้ทำเสียงดัง ไม่มีทางที่จะรู้ตัวได้เร็วขนาดนี้หรอก"
 
มือของหมอกคีย์ข้อมูลอย่างรวดเร็วแล้วก็ต้องพบว่าตัวเขาเองพลาดไปแค่เล็กน้อย
 
ในเมื่อมีคอมที่อยู่นอกระบบตั้งเตรื่องหนึ่งแล้ว ทำไมมันจะมีเครื่องที่สองและสามไม่ได้?
 
"เหลือเวลาอีกห้านาทีกว่าจะดาวน์โหลดข้อมูลเสร็จ กว่าจะถึงเวลานั้นขออย่าให้มีอะไรเกิดขึ้นเลยเถอะ" ที่เขาทำได้ตอนนี้ มีเพียงแต่คำภาวนาเท่านั้นล่ะ...
 
........................................
 
เมฆมองปืนที่เล็งมาทางตัวเขาเอง จากที่คิดว่าจะต้องใช้กำลังเข้าปราบสักหน่อย ก็เป็นอันยกเลิกไป ต่อให้เขามั่นใจว่าอย่างมากก็คงโดนกระสุนแค่ถากๆก็ตาม เพราะในสถานการณ์ที่เขาเป็นผู้บุกรุกเช่นนี้มีแต่จะเสียเปรียบ และเสียงปืนอาจจะทำให้เรียกพวกคนอื่นเข้ามา สุดท้ายข้อมูลที่จะมาเอาก็ไม่ได้สักอย่าง เมื่อคำนวนสถานการณ์ทั้งหมด ตอนนี้ที่ทำได้คือต้องถ่วงเวลาเอาข้อมูลซะก่อน!!!
 
"ฉันเห็นตั้งนานแล้วว่ามีคนบุกรุกเข้ามาในคฤหาสน์ของฉัน แต่ก็ปล่อยมันไปก่อนเพราะอยากรู้ว่ามันจะมาเอาอะไร แต่ไม่คิดว่าจะเป็นแก แถมไม่คิดด้วยว่าจะเป็นสิ่งนั้น" สายตาของอาจารย์มองไปที่คอมข้างหลังเขา
 
"ก่อนที่จะตายอย่างสบาย ฉันขอถามแกก่อนว่ารู้เรื่องอะไรมาบ้าง"
 
"หึ อาจารย์ไม่คิดหรอว่าถ้าผมตายแล้วอาจารย์จะไม่โดนหางเลขไปด้วย"
 
"นั่นเป็นคำตอบของคนที่บุกรุกบ้านคนอื่นในยามวิกาลรึ"
 
"ถ้าอาจารย์รู้แต่แรกแล้ว..ทำไมไม่เรียกตำรวจซะล่ะ ทำไมถึงต้องมาด้วยตัวเอง"
 
"เหอะ ถ้าพวกตำรวจนั่นมามันจะยิ่งยุ่งกว่าเดิมน่ะสิ" จาดคำตอบทำให้เขาคาดเดาได้บางส่วนว่าอาจารย์คนนี้ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับโลกมืดแน่ๆ
 
"แสดงว่าเป็นเรื่องจริงสินะครับ รวมถึงที่เพ่งเล็งผมด้วยก็เพราะเหตุนี้สินะ"
 
"หึ จะตายอยู่แล้วยังปากดีอีก เอาเถอะคิดซะว่าเป็นของขวัญจบการศึกษาจากอาจารย์คนนี้ ใช่ ฉันเห็นแกในห้องวันนั้นก็คิดแล้ว่าแกมันตัวอันตราย เลยคอยจับตาดูอย แล้วแกก็เป็นอย่างที่ฉันคิดจริงๆ" อาจารย์เดินเข้ามาใกล้เขาพร้อมปืนในมือที่ยังเล็งมาที่เขาอยู่
 
"แล้วอาจารย์ไม่อยากฟังแล้วหรอว่าผมรู้อะไรมาบ้าง?"
 
"เอาเถอะฉันไม่อยากรู้แล้วว่าแกรู้อะไรบ้าง เพราะยังไงแกก็ตายอยู่ที่นี่เนี่ยล่ะ"
 
ปิ๊บๆๆๆๆๆ
 
"เสียงอะไรน่ะ" เสียงที่ดังขึ้นขัดบทสนทนาทำให้อาจารย์ต้องหันไปหาต้นเสียง แต่เขารู้ดีมันคือเสียงอะไร...ข้อมูลดาวน์โหลดเสร็จแล้ว
 
ระหว่างที่ตัวอาจารย์ยังสับสน เมฆเลยเตะเข้าที่ข้อมืออาจารย์เพื่อสกัดอาวุธ แล้วกระแทกเข่าเข้าที่ท้องเพื่อสกัดการเคลื่อนไหวชั่วคราวก่อนรีบไปดึงแฟลชไดรฟ์ที่เครื่องออก
 
"เมฆเอาที่ฉันให้ออกมาขว้างไปที่อาจารย์นั่น แล้วกลั้นหายใจด้วย" เสียงของหมอกที่แทรกเข้ามาทำให้เขานึกถึงลูกแก้วใสได้ จึงหยิบออกมา แล้วขว้างไปที่อาจารย์นั่นก่อนที่จะทำการส่งสัญญาณเรียกยามออกมา
 
เพล้ง
 
ทันทีที่ลูกแก้วแตกออก ควันสีเทาข้างในก็ลอยออกมารอบตัวอาจารย์หลังจากนั้นสักพักก็ดูเหมือนว่าสติของอาจารย์เขาจะดูเลื่อนลอย และหลับไป...
 
เขาคิดว่าคงต้องถามเรื่องนี้กับหมอกดูว่ามันเป็นยาสลบหรือว่าอะไร เพราะยังไงเขาก็แค่ต้องการสืบความจริงเท่านั้น
 
เมื่อออกมาจากบ้านก็พบหมอกที่ยืนรออยู่ พร้อมถามหาแฟลชไดรฟ์
 
"ไม่ต้องไปค้นให้ลึกแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ทั้งข้อมูลการโกงเงิน ไหนจะการค้าขายของเถื่อนอีก พรุ่งนี้รับรองขึ้นข่าวหน้าหนึ่งแน่นอน"
 
"เดี๋ยวก่อนหมอก ไอลูกนั่นมันคืออะไรน่ะ"
 
"อ๋อ ก็แค่ยาสลบน่ะแต่ฉันผสานไลฟ์ลงไปด้วยเลยทำให้มีฤทธิหลอนประสาทไปพักนึง ฉันคิดว่าเขาน่าจะดีใจนะที่ได้เห็นอะไรดีๆก่อนที่จะหลับไป เหมือนฝันดียังไงล่ะ" พูดจบเจ้าตัวก็หัวเราะออกมาเบาๆ
 
"ว่าแต่กลับบ้านกันเถอะ นี่มันดึกแล้ว เลยโควต้าเที่ยวเล่นของเรากันแล้ว!!!" สุดท้ายหมอกก็ยังเป็นหมอกอยู่ดี...