"เมฆเครื่องสื่อสารขนาดเล็กยังอยู่กับตัวใช่ไหม"
"อืม"
"อย่าลืมติดมันไว้กับตัวล่ะ ฉันจะคอยบอกเส้นทางภายในบ้านทั้งหมด และคอยสนับสนุนนายอยู่ ที่เหลือขึ้นอยู่กับฝีมือของนายแล้วล่ะ"
"ก็ดี คิดซะว่าทดสอบจริงก่อนไปสอบเข้าล่ะนะ"
"ระบบป้องกันทางเข้าบ้านใช้เซนเซอร์ตรวจจับ ถ้าเข้าไปโดยไม่ได้รับเชิญคิดว่าคงพากันแห่เข้ามาต้อนรับเราแน่ เพราะฉะนั้นงานนี้ต้องเงียบมากที่สุดเท่าที่จะทำได้" หมอกพูดพึมพำพลางคีย์อะไรบางอย่างใส่แลปทอปขนาดเล็กอย่างรวดเร็ว
"ได้แล้ว!" หมอกเงยหน้าขึ้นมาจากแลปทอป
"ตอนนี้ฉันปลดล็อกระบบเซ็นเซอร์ทางเข้าหมดแล้ว รวมถึงเข้าโพรเซสระบบป้องกันภัยทั้งหมดภายในบ้าน คิดว่าถ้าผ่านจากจุดหน้าบ้านไปได้ทั้งหมด ที่เหลือก็จะสบายหน่อยเพราะระบบป้องกันใช้คอมพิวเตอร์ทั้งหมด นี่ล่ะน้าข้อเสียของการใช้คอมพิวเตอร์ในดารป้องกันภัย"
"แล้วก็นี่" หมอกยื่นวัตถุเล็กขนาดเท่าแฟลชไดรฟ์ที่ขายกันทั่วๆไปเอามาให้
"อะไรน่ะ"
"แฟลชไดรฟ์นั่นล่ะ แต่ฉันดัดแปลงให้สามารถบันทึกข้อมูลทั้งหมดในเครื่องคอมพิวเตอร์ เพียงแต่มันอาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อย ฉันเช็คดูในบ้านแล้วมีคอมที่แยกออกจากระบบป้องกันภัยออกมาอยู่เครื่องเดียวในห้องนอน ฉันจะคอยบอกทางให้เอง แล้วก็เอาไอนี้ไปเผื่อด้วย โชคดีล่ะ" หมอกพูดจบก็เอาวัตถุกลมใสข้างในมีควันสีเทาอยู่ออกมาให้ก่อนออกไปซ่อนตัวที่อื่นเพื่อไม่ให้ใครจับได้
"เอาล่ะได้เวลาลงมือสักที"
............................................................
"เฮ้ย แถวนี้มีใครมาบ้างไหมวะ"
"ไม่มี"
เสียงคุยกันทำให้เมฆรู้ว่าบริเวณหน้าประตูทางเข้ามียามจำนวนสองคอยเฝ้าอยู่ ถ้าเขาจะเข้าไปแบบเงียบที่สุดก็ต้องซัดยามพวกนี้ให้หมอบในครั้งเดียวก่อนที่จะไปเรียกคนอื่น หรือกดสัญญาณเตือนภัยได้ซะก่อน และถ้าเป็นอย่างนั้นภารกิจสืบครั้งนี้ก็จะล้มเหลว
เมฆคอยโอกาสที่จะบุกเข้าไปเพื่อที่จะจัดการกับยามทั้งคู่ให้รวดเร็วและเงียบเชียบมากที่สุด เมื่อสบโอกาสเหมาะ เขาก็ทะยานตัวออกไป
"เฮ้ย! แกเป็นคะ..."
ยังไม่ทันที่ยามคนหนึ่งจะพูดจบ เขาก็ซัดฝ่ามือเข้าที่ตรงท้ายทอยซะก่อน ทำให้ยามทั้งคู่สลบไป
"ฟู่ว เอาล่ะต่อไปทำยังไงต่อ"
"ประตูใช้ระบบคีย์การ์ด นายเอาบัตรอะไรก็ได้ออกมาใช้ก่อน ฉันจะปลดล็อคประตูให้" เสียงของหมอกดังขึ้นในหูผ่านเครื่องสื่อสารขนาดเล็กที่เจ้าตัวประดิษฐ์ขึ้นมา
"เฮ้ย แต่มันจะเปิดได้หรอ"
"เอาน่า เชื่อมือฉันเถอะ รอฟังสัญญาณแล้วรูดเลยนะ"
"..."
"รูดเลย"
ฉึบ
กริ๊ก
หลังจากได้ยินสัญญาณจากหมอกเขาก็รูดบัตรนักเรียนผ่านที่ใส่คีย์การ์ดแล้วประตูก็เปิดออกมา
เมฆเดินเข้าไปข้างในด้วยท่าทางสบายๆราวกับว่านี่เป็นบ้านของเขาเอง อย่างที่หมอกบอกนอกจากหน้าบ้านแล้วภายในบ้านระบบป้องกันภัยทั้งหมดเป็นเครื่องจักรสั่งการผ่านคอมพิวเตอร์ซึ่งตอนนี้ทั้งหมดคงโดนตัดสัญญาณแล้ว
ไม่นานนักเขาก็เดินมาถึงห้องเป้าหมาย เป็นห้องนอนขนาดใหญ่ ภายในห้องมีโต๊ะทำงานอยู่หนึ่งตัว บนโต๊ะเต็มไปด้วยแฟ้มเอกสารซึ่งดูไม่ค่อยสำคัญเท่าไหร่นัก เพราะถ้าเป็นไฟล์สำคัญๆเขามั่นใจว่ามันไม่มีทางที่จะวางระเกะระกะอยู่บนนี้เป็นแน่ กับอีกสิ่งหนึ่งที่เขามองหาอยู่...คอมพิวเตอร์
เมฆเดินเข้าไปสำรวจตัวเครื่องจะหาช่องเสียบแฟลชไดรฟ์ ก่อนที่จะเสียบมันลงไป บนหน้าจอมีเปอร์เซนต์ที่ดาวน์โหลดขึ้นไว้อยู่ แต่ยังไม่ทันที่จะได้หายใจพักผ่อนดี
"ไม่คิดเลยว่าคนที่บุกรุกเข้ามาจะเป็นแกไอเด็กเหลือขอ"
....................................
"ไม่คิดเลยว่าคนที่บุกรุกเข้ามาจะเป็นแกไอเด็กเหลือขอ"
เสียงที่ดังขึ้นหมอกมั่นใจว่าไม่ใช่เสียงของพี่ชายเขาแน่นอน เมื่อหันไปก็พบคนที่คาดว่าน่าจะเป็นเจ้าของห้องพร้อมปืนกระบอกหนึ่ง
"เป็นไปไม่ได้ ฉันตัดสัญญาณกล้องทุกตัวออกไปแล้วนี่ แถมเมฆเองก็ไม่ได้ทำเสียงดัง ไม่มีทางที่จะรู้ตัวได้เร็วขนาดนี้หรอก"
มือของหมอกคีย์ข้อมูลอย่างรวดเร็วแล้วก็ต้องพบว่าตัวเขาเองพลาดไปแค่เล็กน้อย
ในเมื่อมีคอมที่อยู่นอกระบบตั้งเตรื่องหนึ่งแล้ว ทำไมมันจะมีเครื่องที่สองและสามไม่ได้?
"เหลือเวลาอีกห้านาทีกว่าจะดาวน์โหลดข้อมูลเสร็จ กว่าจะถึงเวลานั้นขออย่าให้มีอะไรเกิดขึ้นเลยเถอะ" ที่เขาทำได้ตอนนี้ มีเพียงแต่คำภาวนาเท่านั้นล่ะ...
........................................
เมฆมองปืนที่เล็งมาทางตัวเขาเอง จากที่คิดว่าจะต้องใช้กำลังเข้าปราบสักหน่อย ก็เป็นอันยกเลิกไป ต่อให้เขามั่นใจว่าอย่างมากก็คงโดนกระสุนแค่ถากๆก็ตาม เพราะในสถานการณ์ที่เขาเป็นผู้บุกรุกเช่นนี้มีแต่จะเสียเปรียบ และเสียงปืนอาจจะทำให้เรียกพวกคนอื่นเข้ามา สุดท้ายข้อมูลที่จะมาเอาก็ไม่ได้สักอย่าง เมื่อคำนวนสถานการณ์ทั้งหมด ตอนนี้ที่ทำได้คือต้องถ่วงเวลาเอาข้อมูลซะก่อน!!!
"ฉันเห็นตั้งนานแล้วว่ามีคนบุกรุกเข้ามาในคฤหาสน์ของฉัน แต่ก็ปล่อยมันไปก่อนเพราะอยากรู้ว่ามันจะมาเอาอะไร แต่ไม่คิดว่าจะเป็นแก แถมไม่คิดด้วยว่าจะเป็นสิ่งนั้น" สายตาของอาจารย์มองไปที่คอมข้างหลังเขา
"ก่อนที่จะตายอย่างสบาย ฉันขอถามแกก่อนว่ารู้เรื่องอะไรมาบ้าง"
"หึ อาจารย์ไม่คิดหรอว่าถ้าผมตายแล้วอาจารย์จะไม่โดนหางเลขไปด้วย"
"นั่นเป็นคำตอบของคนที่บุกรุกบ้านคนอื่นในยามวิกาลรึ"
"ถ้าอาจารย์รู้แต่แรกแล้ว..ทำไมไม่เรียกตำรวจซะล่ะ ทำไมถึงต้องมาด้วยตัวเอง"
"เหอะ ถ้าพวกตำรวจนั่นมามันจะยิ่งยุ่งกว่าเดิมน่ะสิ" จาดคำตอบทำให้เขาคาดเดาได้บางส่วนว่าอาจารย์คนนี้ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับโลกมืดแน่ๆ
"แสดงว่าเป็นเรื่องจริงสินะครับ รวมถึงที่เพ่งเล็งผมด้วยก็เพราะเหตุนี้สินะ"
"หึ จะตายอยู่แล้วยังปากดีอีก เอาเถอะคิดซะว่าเป็นของขวัญจบการศึกษาจากอาจารย์คนนี้ ใช่ ฉันเห็นแกในห้องวันนั้นก็คิดแล้ว่าแกมันตัวอันตราย เลยคอยจับตาดูอย แล้วแกก็เป็นอย่างที่ฉันคิดจริงๆ" อาจารย์เดินเข้ามาใกล้เขาพร้อมปืนในมือที่ยังเล็งมาที่เขาอยู่
"แล้วอาจารย์ไม่อยากฟังแล้วหรอว่าผมรู้อะไรมาบ้าง?"
"เอาเถอะฉันไม่อยากรู้แล้วว่าแกรู้อะไรบ้าง เพราะยังไงแกก็ตายอยู่ที่นี่เนี่ยล่ะ"
ปิ๊บๆๆๆๆๆ
"เสียงอะไรน่ะ" เสียงที่ดังขึ้นขัดบทสนทนาทำให้อาจารย์ต้องหันไปหาต้นเสียง แต่เขารู้ดีมันคือเสียงอะไร...ข้อมูลดาวน์โหลดเสร็จแล้ว
ระหว่างที่ตัวอาจารย์ยังสับสน เมฆเลยเตะเข้าที่ข้อมืออาจารย์เพื่อสกัดอาวุธ แล้วกระแทกเข่าเข้าที่ท้องเพื่อสกัดการเคลื่อนไหวชั่วคราวก่อนรีบไปดึงแฟลชไดรฟ์ที่เครื่องออก
"เมฆเอาที่ฉันให้ออกมาขว้างไปที่อาจารย์นั่น แล้วกลั้นหายใจด้วย" เสียงของหมอกที่แทรกเข้ามาทำให้เขานึกถึงลูกแก้วใสได้ จึงหยิบออกมา แล้วขว้างไปที่อาจารย์นั่นก่อนที่จะทำการส่งสัญญาณเรียกยามออกมา
เพล้ง
ทันทีที่ลูกแก้วแตกออก ควันสีเทาข้างในก็ลอยออกมารอบตัวอาจารย์หลังจากนั้นสักพักก็ดูเหมือนว่าสติของอาจารย์เขาจะดูเลื่อนลอย และหลับไป...
เขาคิดว่าคงต้องถามเรื่องนี้กับหมอกดูว่ามันเป็นยาสลบหรือว่าอะไร เพราะยังไงเขาก็แค่ต้องการสืบความจริงเท่านั้น
เมื่อออกมาจากบ้านก็พบหมอกที่ยืนรออยู่ พร้อมถามหาแฟลชไดรฟ์
"ไม่ต้องไปค้นให้ลึกแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ทั้งข้อมูลการโกงเงิน ไหนจะการค้าขายของเถื่อนอีก พรุ่งนี้รับรองขึ้นข่าวหน้าหนึ่งแน่นอน"
"เดี๋ยวก่อนหมอก ไอลูกนั่นมันคืออะไรน่ะ"
"อ๋อ ก็แค่ยาสลบน่ะแต่ฉันผสานไลฟ์ลงไปด้วยเลยทำให้มีฤทธิหลอนประสาทไปพักนึง ฉันคิดว่าเขาน่าจะดีใจนะที่ได้เห็นอะไรดีๆก่อนที่จะหลับไป เหมือนฝันดียังไงล่ะ" พูดจบเจ้าตัวก็หัวเราะออกมาเบาๆ
"ว่าแต่กลับบ้านกันเถอะ นี่มันดึกแล้ว เลยโควต้าเที่ยวเล่นของเรากันแล้ว!!!" สุดท้ายหมอกก็ยังเป็นหมอกอยู่ดี...